← All desks

คาดการณ์นักวิเคราะห์

คาดการณ์นักวิเคราะห์ — ปรับเป้าหมายและมุมมอง — ทิศทางของแต่ละหุ้น

Timeline

เกิดอะไรขึ้นในคาดการณ์นักวิเคราะห์

ล่าสุด
▲2▼1

คาดการณ์ฮาร์ดแวร์ AI และหน่วยความจำพุ่งสูง ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคและยานยนต์ถูกปรับลด

  • คาดการณ์ฮาร์ดแวร์ AI และหน่วยความจำถูกปรับเพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม Micron คาดการณ์รายได้ไตรมาส 1 ของปีงบประมาณที่ 61.5B ดอลลาร์ (เทียบกับที่คาดไว้ 57B ดอลลาร์) และระบุว่า 75% ของการจัดส่งในปีงบประมาณ 2027 มีการยืนยันคำสั่งซื้อแล้ว; Broadcom ปรับเพิ่มรายได้จากชิป AI ในปีงบประมาณ 2027 เป็นประมาณ 115B ดอลลาร์; คำสั่งซื้อค้างของ KLA พุ่งขึ้นเป็น 12.57B ดอลลาร์; HPE, Jabil, Arista, Intel และ TD Synnex ต่างปรับเพิ่มแนวโน้มธุรกิจ ผู้ผลิตชิป หน่วยความจำ เซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย และอุปกรณ์ได้ประโยชน์

    นี่คือการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มธุรกิจใหม่ที่โดดเด่นที่สุดในรอบนี้ ซึ่งส่งผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ AI ทั้งหมด

  • คาดการณ์ซอฟต์แวร์และบริการ AI ต้านทานความกังวลเรื่องการ disruptions Microsoft คาดการณ์รายได้ไตรมาส 1 ของปีงบประมาณเติบโต 16-17% โดย Azure เติบโตประมาณ 45% และการใช้จ่ายลงทุนเกิน 50B ดอลลาร์; Accenture คาดการณ์การเติบโตของรายได้ปีงบประมาณ 2027 ที่ 3-6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด และหุ้นปรับขึ้น 15.8%; Salesforce อนุมัติการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 50B ดอลลาร์ หุ้นซอฟต์แวร์องค์กรและบริการไอทีได้ประโยชน์ เนื่องจากความต้องการ AI ไม่ใช่การ disruptions เป็นตัวขับเคลื่อนการคาดการณ์

    การคาดการณ์ใหม่จาก Microsoft, Accenture และ Salesforce แสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายด้าน AI ยกแนวโน้มซอฟต์แวร์และบริการขึ้น ไม่ได้ทำลาย

  • คาดการณ์รถบรรทุกไร้คนขับมาถึง แต่กำหนดเวลาล่าช้า Tesla เปิดโรงงาน Semi ที่เนวาดาพร้อมคำสั่งซื้อรถ 2,500 คัน และ Morgan Stanley มองรายได้ซอฟต์แวร์ 17B ดอลลาร์ภายในปี 2040; Aurora ตั้งเป้ารถบรรทุกไร้คนขับ 30,000 คันและรายได้ 5B ดอลลาร์ภายในปี 2030 แต่เลื่อนจุดคุ้มทุนกำไรขั้นต้นเป็นครึ่งแรกของปี 2027 จากปลายปี 2026 Tesla และ Aurora ได้ประโยชน์จากทางเลือกในระยะยาว การขยายตัวที่ช้าลงเป็นตัวถ่วง

    การคาดการณ์ระยะยาวใหม่สำหรับรถบรรทุกไร้คนขับกำหนดความคาดหวังสำหรับ Tesla, Aurora และลูกค้าของพวกเขา

  • คาดการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคและยานยนต์ถูกปรับลดจากความอ่อนแอของจีน Nike คาดการณ์รายได้ปีงบประมาณ 2027 ลดลงในระดับสูงหลักเดียว โดย Greater China ลดลง 26% เป็นไตรมาสที่เก้าติดต่อกัน; BMW ตั้งเป้าอัตรากำไรยานยนต์เพียง 3-5% ภายในปี 2028 หลังจากคำเตือนกำไรที่เกี่ยวข้องกับจีนและการตัดตำแหน่งงาน 8,000 ตำแหน่ง; Vail Resorts คาดการณ์การฟื้นตัวในปีงบประมาณ 2027 หลังจากหิมะตกน้อยและจำนวนบัตรผ่านลดลง 12% สินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่จำเป็นและยานยนต์เผชิญการรีเซ็ตอุปสงค์

    นี่คือการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเชิงลบที่ชัดเจนที่สุดในรอบนี้ แสดงให้เห็นความอ่อนแอของอุปสงค์สินค้าอุปโภคบริโภคและยานยนต์

Q3 2026
▲2▼2

การลงทุนด้าน AI ยังคงบูม แต่คำเตือนฟองสบู่และสัญญาณความต้องการที่อ่อนแรงเริ่มปรากฏ

  • ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่ง Nvidia คาดการณ์การใช้จ่ายด้าน data-center สูงถึง $3–4 trillion ภายในปี 2030 ขณะที่การใช้จ่ายด้าน cloud อาจแตะ $1.4 trillion ภายในปี 2027 และ Broadcom, Dell, Micron และรายอื่นๆ ปรับเพิ่มคาดการณ์ โดยผู้ผลิตหน่วยความจำได้อำนาจในการตั้งราคาเพิ่มขึ้น

    นี่คือแรงหนุนหลักที่ขับเคลื่อนหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ในไตรมาสนี้

  • คาดการณ์ด้านกลาโหมและน้ำมันพุ่งขึ้น คาดการณ์ด้านกลาโหมและน้ำมันก็พุ่งขึ้นเช่นกัน จากความต้องการเติมสต็อกและความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งสัญญาณถึงความต้องการที่คาดว่าจะสูงขึ้นสำหรับภาคส่วนเหล่านี้

    สิ่งนี้ชี้ให้เห็นแรงหนุนบวกอันดับรองสำหรับหุ้นกลาโหมและพลังงาน

  • คำเตือนฟองสบู่ AI และการลดการใช้จ่าย 60% ของธุรกิจลดการใช้จ่ายซอฟต์แวร์ AI; Cuban และ Burry เตือนถึงฟองสบู่; ภาระผูกพันนอกงบดุล การเพิ่มหนี้ของ Broadcom การดิ่งลง 55% ของ Oracle และการสูญเสียมูลค่า $692B ของ Alphabet ทำให้เกิดความกังวล

    สิ่งนี้สะท้อนความเสี่ยงสำคัญและความรู้สึกเชิงลบที่เกิดขึ้นรอบการลงทุน AI

  • ความต้องการของผู้บริโภคและยานยนต์ปรับฐานใหม่ ความต้องการในกลุ่มผู้บริโภค ยานยนต์ บริการส่งของ และการดูแลสุขภาพปรับฐานใหม่ โดย Lululemon, Nike, BMW และ Uber ปรับลดคาดการณ์หรือลดพนักงาน บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงในวงกว้าง

    สิ่งนี้แสดงผลกระทบเชิงลบต่อภาคส่วนที่ไม่ใช่เทคโนโลยีจากความต้องการที่อ่อนแอลง

Latest คาดการณ์นักวิเคราะห์
SingaporeUnited States
คาดการณ์นักวิเคราะห์

DBS ชี้หุ้น AI ยังไม่ใช่ฟองสบู่ Nvidia เทรดเพียง 17 เท่า

Hou Wey Fook ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ DBS Group มองว่าการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ยังห่างไกลจากภาวะฟองสบู่ โดยยก Nvidia เป็นตัวอย่างสำคัญ ข้อมูลที่ Bloomberg รวบรวมระบุว่า Nvidia ซื้อขายที่ประมาณ 17 เท่าของกำไรคาดการณ์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า หรือ Forward P/E ขณะที่บริษัทถูกคาดการณ์ว่ากำไรในปีหน้าจะเติบโตถึง 70% Hou เปรียบเทียบระดับดังกล่าวกับ Cisco Systems ซึ่งเคยซื้อขายที่ระดับประมาณ 100 เท่าของกำไรก่อนเกิดวิกฤตฟองสบู่ดอตคอม และระบุว่าหาก Nvidia ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหุ้นตัวแทนสำคัญของกระแส AI ยังซื้อขายด้วยระดับ P/E เพียงช่วงสิบกว่าเท่า ก็เป็นเรื่องยากที่จะมองว่าหุ้นอยู่ในภาวะฟองสบู่ เขายังมองว่าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม Hou แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Barbell เพื่อควบคุมความผันผวนโดยรวมของพอร์ต แทนที่จะให้น้ำหนักกับหุ้น AI เพียงด้านเดียว โดยถือหุ้นเทคโนโลยีและ AI เป็นสินทรัพย์ฝั่งการเติบโต ควบคู่กับการจัดสรรเงินเข้าสู่ตราสารหนี้ Investment Grade ซึ่งบางส่วนให้อัตราผลตอบแทนมากกว่า 5% พร้อมใช้ Hedge Fund และทองคำเป็นสินทรัพย์ช่วยกระจายความเสี่ยง
About megatrends
Artificial Intelligence › AI Compute & Accelerator Silicon ▲Capital
อ่านต้นฉบับ ↗
Money & Banking·34mอ่านต่อ →
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์

XSpring AM ปรับน้ำหนักหุ้นไทยเป็น Neutral ลุ้นสิ้นปี 2569 แตะ 1,650 จุด

นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ XSpring AM เปิดเผยว่า ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยจากระดับ Underweight มาเป็น Neutral หลังเห็นสัญญาณพัฒนาการและโมเมนตัมที่ดีขึ้น โดยมองว่าดัชนี SET บริเวณ 1,500–1,600 จุด มี Valuation อยู่ในระดับที่ไม่ถูกและไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต ขณะที่ตลาดหุ้นไทยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยประมาณ 3.5% ต่อปี ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยพยุงตลาด ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความมีเสถียรภาพทางการเมืองและทีมเศรษฐกิจที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะเดียวกันเริ่มเห็นสัญญาณเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาลงทุนในไทย หลังจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเผชิญกับกระแสเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง แม้เม็ดเงินที่กลับเข้ามายังไม่สามารถชดเชยเงินทุนที่ไหลออกไปทั้งหมดก็ตาม สำหรับเป้าหมายดัชนี SET Index XSpring AM ประเมินสิ้นปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 1,600–1,650 จุด และมีเป้าหมายเชิงบวกสำหรับปี 2570 ที่ระดับ 1,700 จุด โดยมีกรอบล่างในกรณีเกิดปัจจัยลบอยู่ที่ 1,500 จุด ด้านกลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 4/2569 XSpring AM จะให้น้ำหนักมากขึ้นในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าตามฤดูกาล รวมถึงกลุ่มบริการและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในช่วงปลายปี ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังลงทุนได้แต่ควรใช้กลยุทธ์ Selective โดยเลือกธนาคารที่บริหารจัดการ Credit Cost และ NPL ได้ดี ทั้งนี้ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม ทั้งสภาพคล่องในประเทศที่ยังตึงตัว สะท้อนจาก Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้นสวนทางการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย แรงขายจากผู้ลงทุนในกองทุนหุ้นระยะยาวเดิมที่ทยอยขายคืนเมื่อครบกำหนด และความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจกระทบกำลังซื้อ GDP และเพิ่มความเสี่ยง NPL ในสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อบ้านและรถยนต์ ตลาดหุ้นไทยยังขาดหุ้น IPO ขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพซึ่งทำหน้าที่เป็น IPO Magnet ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน หลังในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแทบไม่มีหุ้นขนาดใหญ่เข้ามาสร้างแรงดึงดูดให้กับตลาด
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲2

CGSI คาดกำไรแบงก์ Q3/69 หด 9.2% ชู KBANK เป็น Top Pick

บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินว่ากำไรสุทธิรวมในไตรมาส 3/69 ของธนาคารทั้ง 8 แห่งที่ฝ่ายวิเคราะห์ศึกษาจะอยู่ที่ 5.74 หมื่นล้านบาท ลดลง 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงกดดันจากภาพรวมสินเชื่อของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มีแนวโน้มขยายตัวลดลง อ้างอิงข้อมูลยอดสินเชื่อรายเดือนของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ในเดือนสิงหาคม 2569 ที่พบว่ากลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL และธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP มีการชำระคืนหนี้จำนวนมาก ส่งผลให้ยอดสินเชื่อรวมในเดือนสิงหาคมของธนาคารที่ฝ่ายวิเคราะห์ศึกษาลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงเติบโต 3.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.4% นับตั้งแต่ต้นปี โดยธนาคารที่ยังมีสินเชื่อเติบโตเป็นบวกนำโดยธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ด้านกำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) คาดว่าจะลดลง 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) คาดว่าจะอยู่ที่ 2.89% และอัตราส่วนหนี้เสีย (NPL) คาดว่าจะอยู่ที่ 3.66% เจาะลึกรายธนาคาร คาดว่า KKP จะทำผลงานได้ดีที่สุด โดยกำไรสุทธิจะเติบโตถึง 32.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามด้วยธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ที่คาดว่ากำไรสุทธิจะโต 4.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในทางกลับกัน BBL คาดว่าผลประกอบการจะอ่อนตัวที่สุด กำไรสุทธิลดลง 24.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รองลงมาคือ KTB ที่คาดว่ากำไรสุทธิจะลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านกลยุทธ์การลงทุน CGSI แนะนำคงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) พร้อมเลือกธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เป็น Top Pick ของกลุ่ม เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจาก Wealth สูงถึง 18% ของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 68 และคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 69 สูงถึง 6.2% ชนะค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 5.6%
BBL.BK · Capital · Negative BBL expected to post the weakest results with net profit down 24.5% YoY, pressured by large corporate debt repayments.
KBANK.BK · Capital · Positive CGSI selects Kasikornbank as its Top Pick with a Neutral sector weighting.
KKP.BK · Capital · Positive KKP expected to post the strongest performance with net profit growing 32.2% YoY.
KTB.BK · Capital · Negative KTB expected to post net profit down 16% YoY, among the weakest results.
CREDIT.BK · Capital · Positive Thai Credit Bank is among the banks still posting positive loan growth.
TISCO.BK · Capital · Positive CGSI notes TISCO is among the banks still posting positive loan growth, a favorable mention in the Q3/2026 earnings preview.
อ่านต้นฉบับ ↗
United StatesThailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▼

ทิสโก้แนะเพิ่มน้ำหนักตราสารหนี้ต่างประเทศ รับยีลด์สูง

ทิสโก้ เวลธ์ แอดไวเซอรี่ โดยธนาคารทิสโก้ แนะนำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เพื่อรับผลตอบแทนจากระดับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง พร้อมช่วยลดผลกระทบต่อพอร์ตหากเฟดกลับมาเร่งขึ้นดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงทรงตัวที่ระดับประมาณ 5.2% สะท้อนว่าตลาดได้ประเมินแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างน้อยอีก 1 ครั้งในปีนี้ไว้แล้ว ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่าตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม ขณะที่มีโอกาสประมาณ 67.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงในเดือนกันยายน โดยเฉพาะการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ลดลงจาก 133,000 ตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า เป็นปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันต่อเฟดในการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
US-10Y.GB · Monetary · Negative Tisco recommends overweighting foreign bonds to capture elevated yields, with 10Y US yields steady around 5.2% and market pricing in another Fed hike, keeping upward pressure on the yield.
อ่านต้นฉบับ ↗
Money & Banking·1hอ่านต่อ →
ThailandUnited States
คาดการณ์นักวิเคราะห์

โบรกเกอร์คาดกำไรปกติ Q3/69 ของ TU โต 13-17% พร้อมปันผล 5.7-7%

นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ 13 แห่งประเมินว่าบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จะรายงานกำไรปกติในไตรมาส 3/69 อยู่ในกรอบ 1,349 - 1,420 ล้านบาท เติบโต 13% ถึง 17% เมื่อเทียบปีก่อน และ 3% ถึง 9% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน โดยคาดรายได้รวมอยู่ที่ 35,729 - 36,000 ล้านบาท เติบโต 4% ถึง 4.6% เมื่อเทียบปีก่อน หนุนจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยอดขายโต 12% ถึง 17% และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปที่โตประมาณ 3% ถึง 4% ด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 20.3% ถึง 20.7% พร้อมให้ผลตอบแทนเงินปันผล 5.7% ถึง 7% อย่างไรก็ตาม ราคาปลาทูน่าที่พุ่งแตะ 2,200 - 2,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในเดือน ส.ค.-ก.ย. เพิ่มขึ้น 34% ถึง 42% เมื่อเทียบปีก่อน คาดกดดันมาร์จิ้นไตรมาส 4 ราว 0.5% ขณะที่ค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายสูงถึง 14.6% ถึง 14.8% และคาดมีขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนราว 100 ล้านบาทในไตรมาส 3/69
TU.BK · Capital · Positive Analysts expect TU's Q3/2026 normal profit to grow 13-17% year-on-year with a 5.7-7% dividend yield.
TU.BK · Supply · Negative Tuna prices surged 34-42% year-on-year and are expected to pressure Q4 margins by about 0.5%.
อ่านต้นฉบับ ↗
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย·1hอ่านต่อ →
France
คาดการณ์นักวิเคราะห์▼2

ยูบีเอสปรับลดอันดับหุ้นแอร์เมสเป็นขาย ลดราคาเป้าหมายเหลือ 1,168 ยูโร

ยูบีเอสปรับลดอันดับความน่าลงทุนของแอร์เมส อินเตอร์เนชันแนล ผู้ผลิตสินค้าหรูสัญชาติฝรั่งเศส จากเดิมระดับถือครองเป็นขายเมื่อวันจันทร์ และลดราคาเป้าหมายระยะ 12 เดือนเหลือ 1,168 ยูโร จากเดิม 1,695 ยูโร โดยระบุว่าขนาดธุรกิจที่ขยายใหญ่ขึ้นของแบรนด์กำลังลดทอนความหายากของสินค้าและทำให้อุปสงค์ผันผวนตามวัฏจักรมากขึ้น ธนาคารยังปรับลดประมาณการกำไรต่อหุ้นสำหรับปี 2569 2570 และ 2571 ลงร้อยละ 1 ร้อยละ 10 และร้อยละ 11 ตามลำดับ โดยอ้างถึงยอดขายที่อ่อนแอลง ผลประโยชน์จากขนาดธุรกิจที่ลดลง และสมมติฐานอัตราภาษีระยะยาวที่สูงขึ้นเป็นร้อยละ 33 จากเดิมร้อยละ 28.5 ประมาณการกำไรต่อหุ้นปี 2570 ที่ 43.98 ยูโร ต่ำกว่าฉันทามติที่ 49.22 ยูโรอยู่ร้อยละ 11 ขณะที่ประมาณการปี 2571 ที่ 46.53 ยูโร ต่ำกว่าฉันทามติที่ 53.98 ยูโรอยู่ร้อยละ 14 ยูบีเอสคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานของแอร์เมสในปี 2570 จะลดลงเหลือร้อยละ 38.3 ลดลง 100 เบซิสพอยต์จากปีก่อนหน้า และคาดการณ์ยอดขายเติบโตตามธรรมชาติร้อยละ 5 ในปี 2570 ซึ่งรวมถึงการเติบโตของสินค้าหนังร้อยละ 7 สำหรับผลประกอบการไตรมาสสามที่กำหนดประกาศในวันที่ 22 ตุลาคม ยูบีเอสคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 4.1 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ตามธรรมชาติ โดยยอดขายสินค้าหนังเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ผ้าไหมและสิ่งทอเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 กิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เครื่องแต่งกายพร้อมใส่และเครื่องประดับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 ขณะที่นาฬิกาและความงามลดลงร้อยละ 5
RMS.PA · Capital · Negative UBS downgraded Hermès to sell and cut its price target to €1,168, slashing 2026-2028 EPS estimates on weaker sales and margin outlook.
อ่านต้นฉบับ ↗
Investing.com·1hอ่านต่อ →
United States
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲12impact 5

ไมครอนรายงานอัตรากำไรขั้นต้น 87% ขณะเงินมัดจำลูกค้าพุ่งแตะ 1.29 หมื่นล้านดอลลาร์

ไมครอนรายงานรายได้ไตรมาส 4 ของปีงบประมาณที่ 54.23 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 11.32 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า โดยมีกำไรต่อหุ้นแบบไม่ตามหลักบัญชีทั่วไปที่ 33.42 ดอลลาร์ และอัตรากำไรขั้นต้นแบบไม่ตามหลักบัญชีทั่วไปที่ 87.0% เทียบกับ 45.7% ในปีก่อนหน้า หน่วยธุรกิจศูนย์ข้อมูลหลักของบริษัทสร้างรายได้ 18.00 พันล้านดอลลาร์ด้วยอัตรากำไรขั้นต้น 90% เทียบกับ 1.58 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว และไมครอนเป็นผู้ผลิตหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงรายเดียวที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ โดยร่วมงานกับเอ็นวิเดียในการออกแบบหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงแบบกำหนดเองเป็นครั้งแรก ไมครอนได้ลงนามในข้อตกลงลูกค้าเชิงกลยุทธ์ และหนี้สินตามสัญญาลูกค้าที่ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 12.9 พันล้านดอลลาร์ จาก 568 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่เงินมัดจำจากลูกค้านำเข้า 12.75 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปีงบประมาณ 2026 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ 89.68 พันล้านดอลลาร์ และกระแสเงินสดอิสระปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 62.31 พันล้านดอลลาร์ โดยแนวโน้มไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2027 คาดการณ์รายได้ 61.5 พันล้านดอลลาร์ บวกหรือลบ 1.5 พันล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นแบบไม่ตามหลักบัญชีทั่วไปที่ 38.15 ดอลลาร์ บวกหรือลบ 1 ดอลลาร์ ไมครอนใช้จ่ายสุทธิ 27.37 พันล้านดอลลาร์ในโครงการลงทุนในช่วงปีงบประมาณ 2026 เพิ่มขึ้นจาก 13.80 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2025 และที่ระดับประมาณ 6 เท่าของกำไรที่คาดการณ์ หุ้นซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอัตราส่วนราคาต่อกำไรห้าปีที่ 74.27 อย่างมาก โดยมีกองทุนเฮดจ์ฟันด์ 184 แห่งถือหุ้นนี้ในไตรมาสล่าสุด เพิ่มขึ้นจาก 154 แห่ง
About megatrends
Semiconductors › Memory — DRAM, NAND & HBM ▲Demand
Artificial Intelligence › HBM & AI Memory ▲Demand
MU · Capital · Positive Micron posted blowout fiscal Q4 results with 87% gross margin, $33.42 EPS, and strong Q1 2027 guidance.
MU · Demand · Positive Strategic Customer Agreements drove noncurrent contract liabilities to $12.9B and $12.75B in customer deposits, signaling strong end-customer demand.
อ่านต้นฉบับ ↗
Insider Monkey·1hอ่านต่อ →
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲2

4 โบรกฯ คาดกำไรกลุ่มแบงก์ไตรมาส 3/69 ชะลอ เหลือ 49,400-54,980 ล้านบาท

โบรกเกอร์ชั้นนำ 4 แห่งประเมินว่ากำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 7 แห่งในไตรมาส 3/69 จะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน และทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยคาดกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ราว 49,400 ถึง 54,980 ล้านบาท จากข้อมูลของบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) แรงกดดันหลักมาจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ย่อตัวตามวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง กำไรจากเงินลงทุนและ FVTPL ที่ลดลงจากฐานสูงในปีก่อน และการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยและ SME ที่ยังจำกัด แต่มีแรงชดเชยจากการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลงหลังหลายธนาคารเร่งตั้งสำรองไปมากในครึ่งปีแรก อัตราส่วนหนี้เสียทรงตัวเฉลี่ยที่ประมาณ 3.5% และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เริ่มฟื้นตัวจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและตลาดทุน สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/69 โบรกเกอร์มองว่าภาพรวมยังอ่อนตัวต่อทั้งเทียบปีก่อนและเทียบไตรมาสก่อน และอาจเป็นจุดต่ำสุดของปี ขณะที่ทั้งปี 2569 คาดกำไรสุทธิรวมของกลุ่มแบงก์จะลดลงประมาณ 3.5% ถึง 5.3% ก่อนกลับมาเติบโตราว 5% ในปี 2570 ด้านหุ้นเด่น หยวนต้าเลือก KKP เป็น Top Pick ราคาเป้าหมาย 130 บาท บัวหลวงเลือก KKP, TISCO, BBL, KBANK และ TTB ฟินันเซีย ไซรัสเลือก BBL ราคาเป้าหมาย 240 บาท และ KTB ราคาเป้าหมาย 47.30 บาท ส่วนกสิกรไทยเลือก KTB และ KKP โดยปรับราคาขึ้น 1% ถึง 3%
KKP.BK · Capital · Positive KKP is a top pick for both Yuanta (130 baht target) and Kasikorn Securities, which raised its target price.
KTB.BK · Capital · Positive Finansia Syrus picks KTB with a 47.30 baht target and Kasikorn Securities also selects KTB while raising target prices.
BBL.BK · Capital · Neutral Bualuang and Finansia Syrus name BBL a top pick with a 240 baht target, but the group's Q3/2026 profits are seen slowing on margin pressure.
KBANK.BK · Capital · Neutral Bualuang lists KBANK among top picks, yet the bank group's Q3/2026 net profit is expected to slow on narrowing NIMs and lower FVTPL gains.
TTB.BK · Capital · Negative Brokerages expect the bank group's Q3/2026 combined net profit to slow on narrowing net interest margins and lower investment/FVTPL gains, with TTB named among Bualuang's top picks.
TISCO.BK · Capital · Positive TISCO is named among Bualuang Securities' top picks for the bank group.
อ่านต้นฉบับ ↗
อีไฟแนนซ์ไทย·1hอ่านต่อ →
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲4

หยวนต้าแนะเก็งกำไร 13 หุ้นงบ Q3/69 เด่น คาดกำไร SET โต 39%

บล.หยวนต้า ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ของบริษัทจดทะเบียนใน SET ยังเติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน พร้อมแนะนำจับตาหุ้นที่คาดว่างบไตรมาส 3 ปี 2569 แข็งแกร่งและมีแนวโน้มรักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อเนื่องถึงปีหน้า โดยให้น้ำหนักกับกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ GULF GUNKUL SSP EPG SINGER SGC BEM SMT TEAM MINT และ CHG ทั้งนี้ คาดกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ของ SET Index ที่ 3.5 แสนลบ. โต 39% YoY ถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับกรอบกำไรในอดีตที่ 1.5-2.5 แสนลบ. ต่อไตรมาส ได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่ยังโตเด่น จากราคาน้ำมันที่เร่งตัวขึ้นปลายไตรมาส และฐานปีก่อนที่ต่ำจากความไม่สงบบริเวณชายแดนและน้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยกลุ่มที่คาดว่ากำไรจะโตทั้ง QoQ และ YoY คือ ไฟแนนซ์ขนาดกลาง-เล็ก โรงพยาบาล ท่องเที่ยว ขนส่ง และยานยนต์ ส่วนกลุ่มที่คาดกำไรทรงตัวหรือชะลอ YoY คือ รับเหมาก่อสร้าง บันเทิง และธนาคารพาณิชย์ หากกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 เป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยคาด กำไร 9M69 จะทำได้ 1.1 ล้านลบ. และหากมองไปที่ไตรมาส 4 ปี 2569 ที่คาดว่าจะโต YoY ได้ต่อเนื่อง จากการกลับมาเร่งลงทุนทั้งของภาครัฐที่เน้นระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และภาคเอกชนที่เน้นการยกระดับการผลิตเพื่อรองรับ Supply Chain ของ Semiconductor ระดับสูง ทำให้กำไรทั้งปี 2569 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ราว 1.4-1.5 ล้านลบ. เติบโตสูง 30%-40% YoY คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 112-115 บาทต่อหุ้น เทียบกับคาดการณ์ใน Bloomberg Consensus ที่ 110 บาทต่อหุ้น จึงเป็นไปได้สูงที่จะเห็นการ Upgrade ผลประกอบการ ช่วยหนุนการเคลื่อนไหวของ SET Index ในช่วงที่เหลือของปี
BEM.BK · Capital · Positive Named among stocks recommended to watch for strong Q3 2026 earnings momentum.
CHG.BK · Capital · Positive Named among stocks recommended to watch for robust Q3 2026 results.
EPG.BK · Capital · Positive Named among stocks recommended to watch for strong Q3 2026 earnings.
GULF.BK · Capital · Positive Named among stocks recommended to watch for robust Q3 2026 results.
GUNKUL.BK · Capital · Positive Named among stocks recommended to watch for strong Q3 2026 earnings.
SINGER.BK · Demand · Positive Listed among stocks benefiting from the new public/private investment cycle with robust Q3 2026 earnings momentum.
อ่านต้นฉบับ ↗
ทันหุ้น·2hอ่านต่อ →
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲2

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาด CK กำไรฟื้นตัว QoQ และ KKP โต 21% ในไตรมาส 3/2569

บริษัทหลักทรัพย์แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์เจาะเทรนด์ลงทุนหุ้น CK และ KKP โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 3 ปี 2569 ของ CK จะฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาจชะลอตัวตามฤดูกาลและอัตรากำไรขั้นต้นกลับสู่ระดับปกติ แต่คาดได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไร CKP ที่เข้าสู่ช่วง High Season ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ รวมถึง BEM ที่มีแนวโน้มดีขึ้นตามจำนวนผู้โดยสาร โดยระยะกลางได้แรงหนุนจากรอบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะรถไฟทางคู่เฟส 2 ที่อนุมัติแล้ว 3 เส้นทาง มูลค่ารวมกว่า 1.06 แสนลบ. ขณะที่ยังมีรถไฟความเร็วสูง ทางด่วน มอเตอร์เวย์ และสนามบินรอทยอยเดินหน้า ปัจจุบัน CK มี Backlog ราว 1.46 แสนลบ. รองรับรายได้หลายปี ทางฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำซื้อ CK ที่ราคาเป้าหมาย 23.1 บาท แนวรับ 17.8/18.1 บาท แนวต้าน 19.6/20.1 บาท สำหรับ KKP คาดกำไรไตรมาส 3 ปี 2569 อยู่ที่ 2.0 พันลบ. ยังเติบโตเด่น 21% YoY แม้อ่อนตัวเล็กน้อย 4.8% QoQ แรงหนุนหลักมาจากสินเชื่อที่กลับมาขยายตัว โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจและ Lombard, NIM ที่ทรงตัวในระดับดี รวมถึง Fee Income จาก Wealth Management, ธุรกิจตลาดทุน และ Dime! ที่เติบโตแข็งแกร่ง ขณะที่ผลขาดทุนจากรถยึดลดลงช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับควบคุมได้ โดยคาด NPL Ratio ทรงตัวราว 3.5% และ Coverage Ratio ใกล้ 150% ขณะที่กำไรปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตมากกว่า 30% YoY และ ROE กลับขึ้นสู่ระดับราว 12% พร้อม Dividend Yield ราว 6% เป็นปัจจัยช่วยจำกัด Downside ของราคาหุ้น ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำซื้อ KKP ที่ราคาเป้าหมาย 128 บาท แนวรับ 108.5/113 บาท แนวต้าน 118.5/120 บาท
CK.BK · Capital · Positive Analyst gives buy recommendation on CK with target price 23.1 baht, expecting Q3 2026 earnings to recover QoQ.
KKP.BK · Capital · Positive KKP Q3 2026 profit expected at 2.0 billion baht, growing 21% YoY, with full-year profit up over 30%.
CKP.BK · Demand · Positive CKP is entering the high season for hydropower plants, supporting CK's share of profit.
BEM.BK · Demand · Positive BEM is trending better on passenger numbers, supporting CK's share of profit.
อ่านต้นฉบับ ↗
ThailandEuropean Union
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲2

โบรกเกอร์ชี้ SAF แห่งแรกของไทยหนุนกำไร BCP เป้า 57 บาท

บล.บัวหลวงระบุว่า โรงงานเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) ของ BCP ซึ่งเป็นแห่งแรกในไทย เริ่มเดินเครื่องตั้งแต่เดือน พ.ค. 2026 ด้วยกำลังผลิต 7,000 บาร์เรลต่อวัน หรือ 1 ล้านลิตรต่อวัน และสามารถสลับการผลิตระหว่าง SAF กับน้ำมันดีเซลหมุนเวียนได้ โดยวัตถุดิบหลักคือน้ำมันพืชใช้แล้ว ซึ่งราว 40% มาจากในประเทศและ 60% นำเข้า ขณะที่บริษัทมีสัญญาจัดหาวัตถุดิบระยะยาวกับผู้ประกอบการอาหารและค้าปลีกรายใหญ่ในไทย อุปสงค์ SAF ได้แรงหนุนจากข้อกำหนดการผสมเชื้อเพลิงที่ทยอยเข้มขึ้นทั่วโลก โดย EU เริ่มที่ 2% ในปี 2025 และเพิ่มเป็น 6% ในปี 2030 ขณะที่ไทยเริ่มเป้าหมาย 1% ในปี 2026 ก่อนเพิ่มเป็น 1–2% ในปี 2027–29 และ 3–5% ในปี 2030–32 ทำให้อุปสงค์ SAF โลกคาดเพิ่มจาก 3.6 พันล้านลิตรในปี 2026 เป็น 4.5 พันล้านลิตรในปี 2027 แม้อุปทานที่เพิ่มขึ้นอาจกดดัน Margin บ้างในระยะถัดไป จุดเด่นของธุรกิจอยู่ที่อัตรากำไร โดยส่วนต่าง SAF เพิ่มจากราว 1,000 เหรียญสหรัฐต่อตันในปี 2025 เป็นประมาณ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อตันในปี 2026 YTD หรือราว 3 เท่าของส่วนต่างน้ำมันเครื่องบินทั่วไป โรงงานสร้าง EBITDA ราว 1 พันล้านบาทใน 2Q26 และคาด EBITDA จาก SAF ที่ 4 พันล้านบาทในปี 2026 และ 6 พันล้านบาทในปี 2027 แม้กรณีแย่ที่ Margin ลดเหลือ 800 เหรียญสหรัฐต่อตัน ยังสูงกว่าส่วนต่างน้ำมันเครื่องบินทั่วไปประมาณ 2 เท่าและสร้าง EBITDA ปี 2027 ได้ราว 4 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโอกาสเพิ่มจากการขยายกำลังผลิต 43% เป็น 10,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งยังไม่ได้สะท้อนเต็มที่ในประมาณการระยะยาว และจะเป็น Upside หากบริษัทเดินหน้าโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ บล.บัวหลวงคงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 57 บาท และให้น้ำหนักกลุ่มพลังงานเท่ากับตลาด โดยประเด็นที่ต้องติดตามคือทิศทาง Margin SAF เมื่ออุปทานใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาด และความชัดเจนของการขยายกำลังผลิตเพิ่มเติม
About megatrends
Synthetic Biology (non-pharma) › Sustainable Aviation Fuel & Bio-Fuels ▲Supply
BCP.BK · Capital · Positive Bualuang says BCP's first-in-Thailand SAF plant boosts profit, with SAF EBITDA forecast at 4bn baht in 2026 and 6bn in 2027, and maintains Hold with 57 baht target.
อ่านต้นฉบับ ↗
United StatesAustralia
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲

ปรับมูลค่ายุติธรรมของ FTC Solar ขึ้นเป็น 10.20 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะนักวิเคราะห์เห็นต่างเรื่องคำสั่งซื้อและความเสี่ยงจากเงื่อนไขสัญญาเงินกู้

ประมาณการมูลค่ายุติธรรมของ FTC Solar ถูกปรับขึ้นจาก 8.88 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 10.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นราว 15% ในโมเดลที่ปรับปรุงใหม่ ขณะที่นักวิเคราะห์ชั่งน้ำหนักระหว่างความคืบหน้าของผลิตภัณฑ์และคำสั่งซื้อใหม่กับความเสี่ยงด้านฐานะการเงิน ยูบีเอสปรับราคาเป้าหมายขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.60 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 3.50 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างถึงการพลิกฟื้นที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภัณฑ์ และชี้ไปที่คำสั่งซื้อล่าสุดในสหรัฐและออสเตรเลีย รวมถึงการส่งมอบครั้งแรกในโครงการเฟรเซอร์โคสต์ เป็นหลักฐานว่าโซลูชันติดตามแสงอาทิตย์แบบโมดูลเดียวในแนวตั้งและแบบที่ใช้ร่วมกับฟิสต์โซลาร์กำลังได้รับการยอมรับจากลูกค้ามากขึ้น รอธแคปิตอลลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 7 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 10 ดอลลาร์สหรัฐ หลังผลประกอบการไตรมาสสองที่ตนเรียกว่าอ่อนแอและแนวโน้มไตรมาสสามที่อ่อนแอ โดยชี้ถึงความเสี่ยงด้านการดำเนินงานเกี่ยวกับรายได้และอัตรากำไรในระยะใกล้นี้ รอธยังระบุด้วยว่า FTC Solar ผิดเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ในไตรมาสสองของปี 2026 และได้รับข้อผ่อนผันจากผู้ให้กู้ ซึ่งเป็นการแก้ไขเงื่อนไขสัญญาครั้งที่สามนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 และแนวโน้มไตรมาสสามอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์เงื่อนไขสัญญา จึงอาจเกิดปัญหาต่อไปอีก โมเดลที่ปรับปรุงใหม่ได้ปรับเพิ่มสมมติฐานการเติบโตของรายได้จาก 42.00% เป็น 47.33% และปรับอัตราส่วนราคาต่อกำไรในอนาคตขึ้นเป็น 33.1 เท่า จาก 22.0 เท่า พร้อมทั้งลดสมมติฐานอัตรากำไรสุทธิลงเหลือ 2.65% จาก 3.81% และปรับเพิ่มอัตราคิดลดเป็น 11.68% จาก 11.44%
About megatrends
Energy Transition & Power Demand › Solar Demand
FTCI · Capital · Neutral Fair value raised to US$10.20 and UBS lifted its price target, but Roth cut its target on light Q2 results, weak Q3 outlook and covenant breach risk.
FTCI · Demand · Positive UBS cited recent U.S. and Australian orders plus initial Fraser Coast shipments as evidence the new tracker products are gaining customer acceptance.
UBSG.SW · Capital · Neutral UBS lifted its FTC Solar price target slightly to US$3.60 from US$3.50; no impact on UBS itself.
อ่านต้นฉบับ ↗
Simply Wall St·3hอ่านต่อ →
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲5

กรุงศรีคงคำแนะนำซื้อ ADVANC เป้า 430 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/2569 ที่ 13,426 ล้านบาท

บล.กรุงศรีคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC พร้อมราคาเป้าหมาย 430 บาท อิงวิธี DCF จากราคาปิดล่าสุดที่ 349 บาท คิดเป็น Upside 23% โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 13,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% YoY แต่ลดลง 2.1% QoQ ซึ่งการชะลอตัวเมื่อเทียบไตรมาสก่อนเป็นผลจากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายเพิ่มขึ้นและการรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากธุรกิจ Virtual Banking ที่สูงขึ้น สำหรับรายได้หลักไม่รวม IC คาดอยู่ที่ 45,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% YoY และ 0.5% QoQ โดยได้แรงหนุนจากธุรกิจมือถือและ Fixed Broadband ขณะที่รายได้รวมคาดอยู่ที่ 57,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% YoY และ 2.2% QoQ ส่วน EBITDA คาดอยู่ที่ 32,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% YoY แต่ลดลง 0.3% QoQ ด้านฐานลูกค้า คาดผู้ใช้บริการมือถือรวม 47.247 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 2.1% YoY และ 0.3% QoQ แบ่งเป็น Postpaid 14.022 ล้านเลขหมาย และ Prepaid 33.225 ล้านเลขหมาย โดย Blended ARPU อยู่ที่ 242 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 3.5% YoY และ 0.9% QoQ ส่วนลูกค้า FBB อยู่ที่ 5.386 ล้านราย เพิ่มขึ้น 3.5% YoY และ 0.7% QoQ ทั้งนี้ กรุงศรียังคงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 53,325 ล้านบาท เติบโต 15.9% YoY โดยหากผลประกอบการไตรมาส 3/2569 เป็นไปตามคาด จะคิดเป็น 76% ของประมาณการกำไรทั้งปี และคาดโมเมนตัมกำไรจะกลับมาเร่งตัวในไตรมาส 4/2569 จากปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยระดับสูง พร้อมประเมิน Upside Risk ต่อประมาณการกำไรอีกราว 3-4% และคาด Dividend Yield ปี 2569 อยู่ที่ 4.9% โดยประมาณการปี 2569 คาดรายได้ 236,447 ล้านบาท EBITDA 126,968 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 53,325 ล้านบาท
ADVANC.BK · Capital · Positive Krungsri maintains Buy rating with 430 baht target and forecasts Q3 2026 net profit of 13,426 million baht, up 11.5% YoY.
อ่านต้นฉบับ ↗
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲2

ทิสโก้ชี้ SSSG ค้าปลีก ก.ย. ฟื้นเป็นบวก 0.9% ชู BJC เด่น

บล.ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มค้าปลีก ระบุว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม หรือ SSSG เดือนกันยายน ปรับตัวดีขึ้น 0.9% ฟื้นตัวจากที่หดตัว 1.5% ในเดือนกรกฎาคม และ 0.4% ในเดือนสิงหาคม จากแรงหนุนของการกักตุนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงการฟื้นตัวจากปัจจัยพื้นฐาน โดยคาดว่า SSSG ของ 7-Eleven ภายใต้ CPALL จะอยู่ที่บวก 3% ขณะที่ Makro ภายใต้ CPAXT อยู่ที่บวก 1.5% และ Big C ภายใต้ BJC อยู่ที่บวก 2% ภาพรวมคาดว่า SSSG ในไตรมาส 3/69 จะลดลง 0.3% จากแรงกดดันของผลกระทบฐานสูงของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐในช่วงก่อนหน้า แต่ผลดำเนินงานที่แข็งแกร่งในเดือนกันยายนจะช่วยชดเชยความอ่อนแอในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมได้บางส่วน ฝ่ายวิจัยทิสโก้แนะนำหุ้น BJC โดยคาดว่าในเดือนกันยายนจะมี SSSG เป็นบวกที่ 2% จากประโยชน์ของการกักตุนสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม และการปรับปรุงร้านค้ารวมถึงการฟื้นตัวในวงกว้างที่เริ่มเห็นตั้งแต่เดือนสิงหาคม โดยร้านค้าของ BJC มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกหมวดสินค้า และคาดว่า SSSG จะเร่งตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อผลกระทบจากการใช้จ่ายภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐทยอยหมดลง และจำนวนลูกค้ากลับสู่ระดับปกติในเดือนธันวาคม 2569 ส่วน CPALL คาดว่าจะรายงาน SSSG เดือนกันยายนเป็นบวกในระดับ Low- to Mid-Single-Digit ดีขึ้นจากสองเดือนก่อนหน้า โดยร้าน 7-Eleven ได้รับประโยชน์จากการกักตุนสินค้าของผู้บริโภคช่วงปลายเดือนกันยายน ท่ามกลางฝนตกหนักและความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วม อีกทั้งยังได้ปัจจัยหนุนจากการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลกระทบจากการปิดสาขาเนื่องจากน้ำท่วมยังอยู่ในวงจำกัด
BJC.BK · Demand · Positive Tisco recommends BJC, expecting September SSSG positive at 2% on flood-related stockpiling and store improvements.
CPALL.BK · Demand · Positive CPALL's 7-Eleven expected to post positive low- to mid-single-digit September SSSG on consumer stockpiling, extended alcohol hours, and more Chinese tourists.
CPAXT.BK · Demand · Positive Makro under CPAXT is seen at positive 1.5% September SSSG amid the retail sector recovery.
อ่านต้นฉบับ ↗
ทันหุ้น·3hอ่านต่อ →
United States
คาดการณ์นักวิเคราะห์▼

คอนเซนทริกซ์ซื้อขายที่ค่า P/E ล่วงหน้า 2.68 หลังบันทึกด้อยค่าค่าความนิยม 1.05 พันล้านดอลลาร์

คอนเซนทริกซ์ คอร์ปอเรชัน ซื้อขายที่ค่า P/E ล่วงหน้า 2.68 ณ วันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งเป็นระดับมูลค่าที่สะท้อนความกังวลอย่างมากต่อความยั่งยืนของกำไรของบริษัทด้านประสบการณ์ลูกค้าแห่งนี้ บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิตามหลักบัญชี GAAP 988.1 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสนี้ โดยหลักมาจากการด้อยค่าค่าความนิยมที่ไม่ใช่เงินสด 1.05 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระดับราคาที่หุ้นของบริษัทซื้อขายอยู่ ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับปรุงอยู่ที่ 2.92 ดอลลาร์ และอัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงเพิ่มขึ้น 30 เบซิสพอยต์เป็น 12.6% รายได้ไตรมาสที่สาม 2.45 พันล้านดอลลาร์ลดลง 0.5% ในสกุลเงินคงที่ ต่ำกว่ากรอบล่างของประมาณการเล็กน้อย และฝ่ายบริหารให้แนวโน้มรายได้ไตรมาสที่สี่ในสกุลเงินคงที่ลดลง 3% ถึง 5% เนื่องจากลูกค้ารายใหญ่ด้านไฮเปอร์สเกลสองรายยุติการสนับสนุนกลุ่มลูกค้าบางกลุ่มเร็วกว่าที่วางแผนไว้ และระบบอัตโนมัติด้วย AI ทำให้งานที่เรียกเก็บเงินได้ลดลง ฝ่ายบริหารกล่าวว่าปัจจุบันครึ่งหนึ่งของรายได้รายไตรมาสมาจากธุรกิจที่ได้มาและเริ่มดำเนินการในช่วงสามปีที่ผ่านมา ซึ่งเร็วกว่าที่บริษัทคาดไว้เอง โดยงานใหม่นี้คาดว่าจะเติบโตประมาณ 30% ในปีนี้ด้วยอัตรากำไรที่ดีกว่า และมีอัตราการรักษาลูกค้าดีกว่าธุรกิจเดิมถึงสี่เท่า หนี้สินสุทธิอยู่ที่ประมาณ 4.119 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเงินกู้ระยะยาว 375 ล้านดอลลาร์ที่จะครบกำหนดในเดือนธันวาคม ซึ่งฝ่ายบริหารวางแผนจะชำระคืนจากกระแสเงินสดและสภาพคล่องที่มีอยู่ ขณะเดียวกันก็ใช้เงินสำหรับการเข้าซื้อกิจการคาสเซิลฮิลล์ด้วย และไม่มีการซื้อหุ้นคืนในไตรมาสนี้ การถือครองของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ลดลงเหลือ 21 กองทุน จาก 25 กองทุนในไตรมาสก่อนหน้า ยอดขายชอร์ตอยู่ที่ 16.55% ของหุ้นที่ซื้อขายได้ทั่วไป และบริษัทยังไม่ได้ให้แนวโน้มผลประกอบการสำหรับปีงบประมาณ 2027
CNXC · Capital · Negative Reported a $988.1M GAAP net loss driven by a $1.05B non-cash goodwill impairment, with Q4 revenue guided down 3-5%.
CNXC · Demand · Negative Two hyperscale clients ending support for certain customer groups sooner than planned and AI automation shrinking billable work weigh on revenue.
อ่านต้นฉบับ ↗
Yahoo Finance·3hอ่านต่อ →
United StatesSingapore
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲2impact 4

ไมครอนรายงานรายได้รายไตรมาส 5.423 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ซื้อขายที่ค่า P/E ล่วงหน้า 7.02

ไมครอน เทคโนโลยี รายงานกำไรต่อหุ้นไตรมาสสี่ของปีงบประมาณแบบไม่ตามหลักบัญชีทั่วไปที่ 33.42 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน โดยมีรายได้รายไตรมาส 5.423 หมื่นล้านดอลลาร์ และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 4.397 หมื่นล้านดอลลาร์ ปิดปีด้วยเงินสดและเงินลงทุน 7.348 หมื่นล้านดอลลาร์ รายได้หลักจากศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก 1.152 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้า จากการขยายการลงทุนด้าน AI และฝ่ายบริหารกล่าวว่า agentic AI กำลังผลักดันการเติบโตของยอดขายเซิร์ฟเวอร์ขึ้นไปอยู่ในระดับสูงเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ บริษัทได้ลงนามข้อตกลงลูกค้าเชิงกลยุทธ์ 26 ฉบับ ครอบคลุมประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ของกำลังการผลิตจนถึงปี 2030 โดยมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของการจัดส่งในปีงบประมาณ 2027 มีการผูกมัดแล้ว และได้ขึ้นราคา HBM อย่างมีนัยสำคัญสำหรับปีปฏิทิน 2027 พร้อมคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสหน้าไว้ที่ประมาณ 86.3 เปอร์เซ็นต์ งบลงทุนแตะ 2.737 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณนี้ โดยส่วนใหญ่ของการเพิ่มขึ้นมุ่งสู่ห้องคลีนรูมในรัฐไอดาโฮและสิงคโปร์ ซึ่งจะยังไม่ผลิตบิตจนถึงปลายปี 2028 และประมาณสามในสี่ของรายได้จากข้อตกลงมีกรอบการกำหนดราคาที่ชัดเจนพร้อมพื้นและเพดาน การจัดส่งบิตในกลุ่มมือถือและลูกค้าทั่วไปลดลงเป็นไตรมาสที่สองติดต่อกัน ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2027 และหุ้นซื้อขายที่ค่า P/E ล่วงหน้า 7.02 ณ วันที่ 2 ตุลาคม โดยมีกองทุนเฮดจ์ฟันด์ 184 แห่งถือหุ้นในไตรมาสล่าสุด เพิ่มขึ้นจาก 154 แห่ง และยอดขายชอร์ตอยู่ที่เพียง 2.45 เปอร์เซ็นต์ของหุ้นที่หมุนเวียน
About megatrends
Semiconductors › Memory — DRAM, NAND & HBM ▲Pricing
Artificial Intelligence › HBM & AI Memory ▲Pricing
Artificial Intelligence › AI Compute & Accelerator Silicon ▲Pricing
MU · Capital · Positive Micron reported blowout fiscal Q4 results with $33.42 EPS, $54.23B revenue, $43.97B operating cash flow, and trades at a low 7.02 forward P/E.
MU · Demand · Positive Data center core revenue jumped to $18.00B from $11.52B as AI buildouts widened, with 26 strategic customer agreements covering ~35% of production through 2030.
MU · Pricing · Positive Micron raised HBM prices significantly for calendar 2027 and guided next quarter's gross margin to about 86.3%.
อ่านต้นฉบับ ↗
Yahoo Finance·3hอ่านต่อ →
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲2

BLS คัด 10 หุ้นฟื้นเร็วหลังน้ำลด กำไรเด่น Q3/69 ถึงปี 2570

บล.บัวหลวง (BLS) ระบุในบทวิเคราะห์ว่าสถานการณ์น้ำท่วมขยายวงกว้างขึ้น โดย ณ 1 ต.ค. 2569 ครอบคลุม 30 จังหวัดและกรุงเทพฯ 191 อำเภอ 1.18 ล้านครัวเรือน และประชาชนราว 3.35 ล้านคน แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจยังอยู่ในวงจำกัด หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อและไม่กระทบฐานการผลิตหลัก โดย ธปท. ประเมินผลต่อ GDP ราว 0.03–0.10% ขณะที่ฝ่ายวิจัยคาดผลกระทบต่อ GDP ไม่เกิน 0.1% และต่อกำไร SET ไม่เกิน 2% ซึ่งยังต่ำกว่าน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 อย่างมาก จุดที่ต้องติดตามมากที่สุดคือระยะเวลาหยุดผลิตของภาคอุตสาหกรรม มากกว่าจำนวนพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม โดย AMATA City Chonburi มีโรงงานได้รับผลกระทบราว 150 แห่ง และหยุดผลิตชั่วคราว 34 แห่ง ขณะที่ KCE และ HANA มีฐานการผลิตบางส่วนในอยุธยา ส่วนโรงงาน DELTA ที่บางปูและเวลโกรว์ไม่มีน้ำเข้าตัวโรงงานและกลับมาดำเนินงานตามปกติแล้ว ด้านกลุ่มอื่นผลกระทบยังค่อนข้างจำกัด โดยกลุ่มสินเชื่อรายย่อยคาดผลกระทบต่อกำไรปี 2569 ราว 2% สำหรับ TIDLOR และ MTC และ 1% สำหรับ SAWAD ขณะที่กลุ่มธนาคารมีความเสี่ยงหลักจากการตั้งสำรองเพิ่ม โดยประเมินผลกระทบต่อกำไรราว 1–2% มากกว่าผลต่อรายได้ดอกเบี้ย และ BGRIM ระบุว่าโรงไฟฟ้า SPP ในอมตะซิตี้ ชลบุรี และ Floating Solar ยังเดินเครื่องตามปกติ บัวหลวงมองความผันผวนจากน้ำท่วมเป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นที่กำไรทนทานและมีโอกาสฟื้นเร็ว ได้แก่ CRC, AWC, CENTEL, BDMS, BH, GULF, GUNKUL และ DELTA, KCE, HANA ซึ่งยังมีแรงหนุนจากความต้องการด้าน AI และ Data Center
KCE.BK · Supply · Negative KCE has production bases in Ayutthaya affected by the widening floods, though it is also listed among stocks with quick recovery prospects.
DELTA.BK · Supply · Positive DELTA's Bang Pu and Wellgrow plants were not flooded and operations have returned to normal, and it is on BLS's recovery list.
MTC.BK · Capital · Negative Floods are expected to hit MTC's 2026 earnings by about 2%.
SAWAD.BK · Capital · Negative Floods are expected to hit SAWAD's 2026 earnings by about 1%.
TIDLOR.BK · Capital · Negative Floods are expected to hit TIDLOR's 2026 earnings by about 2%.
HANA.BK · Supply · Positive HANA has some production bases in Ayutthaya affected by floods but is on BLS's quick-recovery list with AI/data-center demand support.
อ่านต้นฉบับ ↗
ทันหุ้น·3hอ่านต่อ →
ThailandUnited States
คาดการณ์นักวิเคราะห์

InnovestX คาด SET ฟื้นกรอบ 1,570-1,590 จุด หลังเฟดมีโอกาสคงดอกเบี้ยเกิน 80%

นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX เปิดเผยผ่านรายการข่าวหุ้นเจาะตลาดว่า ตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยภายนอกสนับสนุนมากขึ้น หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้นักลงทุนให้น้ำหนักกว่า 80% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนตุลาคม ขณะที่โอกาสขึ้นดอกเบี้ยลดลงเหลือราว 20% จากที่ตลาดเคยให้น้ำหนักค่อนข้างมากก่อนหน้านี้ InnovestX ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index วันนี้ที่ 1,570 จุดเป็นกรอบล่าง และ 1,585-1,590 จุดเป็นกรอบบน โดยคาดว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และยังมีความผันผวนจากสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศที่ต้องติดตามต่อเนื่อง แม้ประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 0.1% ของจีดีพี และ SET ได้ปรับตัวลงราว 2% สะท้อนปัจจัยลบดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว ด้านกระแสเงินทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง 9 วันทำการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งจากการลดความเสี่ยงสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งหากสถานการณ์ไม่รุนแรงตามที่กังวล แรงขายมีโอกาสชะลอลง สำหรับกลยุทธ์การลงทุน InnovestX แนะนำเน้นหุ้น Domestic Play และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกและวัสดุก่อสร้าง อาทิ HMPRO GLOBAL CPALL BJC CRC และ DCC รวมถึงหุ้นท่องเที่ยวอย่าง ERW CENTEL และ AOT จากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและ Golden Week ของจีน ขณะที่หุ้นเชิงรับแนะนำกลุ่มการแพทย์อย่าง BCH และ PR9 รวมถึงกลุ่มสื่อสารอย่าง TRUE ส่วนกลุ่มธนาคารมองว่า BBL ซึ่งซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีราว 0.6 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลคาดการณ์ประมาณ 5.4% กับ KBANK ซึ่งซื้อขายประมาณ 0.9 เท่าของมูลค่าทางบัญชี และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลคาด 6.8% เริ่มกลับมาน่าสนใจและสามารถทยอยสะสมได้ ส่วน KTB ราคาปรับขึ้นมามากและซื้อขายราว 1.2 เท่าของมูลค่าทางบัญชี ทำให้อัพไซด์จำกัดกว่า จึงแนะนำรอจังหวะราคาย่อตัวก่อนเข้าลงทุน
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲

หยวนต้า คงแนะนำซื้อ AP เป้า 9.45 บาท คาดกำไรครึ่งหลังโต 35%

บล.หยวนต้า ออกบทวิเคราะห์คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้นบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP พร้อมราคาเหมาะสม 9.45 บาทต่อหุ้น อิง PER ที่ 6.4 เท่า คิดเป็น Upside Gain 21.2% จากราคาปัจจุบัน และคาดเงินปันผลปี 2026 ที่ 0.56 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 7.18% โดยคาดกำไรปกติครึ่งหลังปี 2026 อยู่ที่ 2,659 ล้านบาท เติบโต 35.2% เมื่อเทียบครึ่งปีแรก และ 8.7% เมื่อเทียบปีก่อน หนุนจาก Backlog โครงการแนวราบที่อยู่ระดับ All time high และการเริ่มโอนโครงการคอนโดมิเนียมมูลค่าสูง ได้แก่ Rhythm Charoennakhon Iconic ที่ขายแล้ว 85% และ Life Sathorn–Narathiwas 22 ที่ขายแล้ว 35% ซึ่งเป็นโครงการ JV มูลค่ารวม 6,800 ล้านบาท รวมถึง Life Charoennakhon–Sathorn ที่ขายแล้ว 68% มูลค่า 2,500 ล้านบาท ด้านยอด Presales ครึ่งหลังปี 2026 คาดอยู่ที่ประมาณ 27,000–28,000 ล้านบาท เติบโตทั้ง HoH และ YoY จากแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 33,820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% HoH แบ่งเป็นโครงการใหม่ทั้งหมด 31 โครงการ เป็นโครงการแนวราบ 27 โครงการ มูลค่า 28,820 ล้านบาท และโครงการแนวสูง 4 โครงการ มูลค่า 4,500 ล้านบาท ขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมคาดจำกัด โดยมีโครงการแนวราบได้รับผลกระทบ 22 จาก 246 โครงการ และมีเพียง 7 โครงการที่อยู่ระหว่างการขาย คิดเป็น 3.5% ของโครงการที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด 199 โครงการ ส่วนคอนโดมิเนียมไม่มีโครงการที่ได้รับผลกระทบ
AP.BK · Capital · Positive Yuanta maintains Buy on AP with 9.45 baht fair value, citing expected 35% H2 profit growth and 7.18% dividend yield.
อ่านต้นฉบับ ↗
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲5

หุ้น KKP บวก 2% โบรกคาดกำไร Q3 โต 19% แตะ 2 พันล้าน ปรับเป้าเป็น 130 บาท

หุ้นธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP ปรับขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.79% มาอยู่ที่ 114.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 158.96 ล้านบาท หลังบริษัทหลักทรัพย์ พาย ประเมินว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 6% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นตามส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิหรือ NIM ที่แข็งแกร่งระดับประมาณ 4% และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ขยายตัวโดยเฉพาะธุรกิจบริหารความมั่งwealth รวมถึงธุรกิจ Dime ขณะที่ผลขาดทุนจากรถยึดลดลงต่อเนื่อง ส่วนสินเชื่อรวมคาดขยายตัว 0.5% จากไตรมาสก่อน ทำให้สินเชื่อ 9 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 3.7% จากสิ้นปีก่อน ด้านคุณภาพสินทรัพย์คาด NPL Ratio ทรงตัวที่ 3.5% และ Coverage Ratio ที่ 149.5% ทั้งนี้ บล.พาย คงคำแนะนำซื้อ พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 130 บาท อ้างอิงมูลค่าพื้นฐานปี 2570 และคาดกำไรสุทธิปี 2569 เติบโต 35% จากปีก่อน ก่อนชะลอเหลือ 4.5% ในปี 2570 โดยคาด ROE เพิ่มเป็น 12.1% ในปี 2569 และ 12.3% ในปี 2570 จาก 9.3% ในปี 2568 ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลคาดอยู่ที่ 6.3% ในปี 2569 และ 6.6% ในปี 2570 หลังจ่ายปันผลระหว่างกาลครึ่งแรกปี 2569 แล้วที่ 3.25 บาทต่อหุ้น และคาดจ่ายเพิ่มอีก 3.82 บาทต่อหุ้นในครึ่งหลังของปี
KKP.BK · Capital · Positive Pi Securities raised its target price to 130 baht and expects Q3 2026 net profit to grow 19% to about 2 billion baht, maintaining a buy rating.
อ่านต้นฉบับ ↗
ThailandEuropean Union
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲2

ฟินันเซียคงคำแนะนำซื้อ GULF เป้า 89.50 บาท ลุ้น PDP ใหม่หนุนอัพไซด์ 10 บาท

บล.ฟินันเซีย ระบุว่า GULF อยู่ในจุดที่เหมาะสมในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและธุรกิจ ICT เข้ากับ AI โดยมีฐานะการเงินแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการก่อหนี้เพิ่มเติมราว 200-300 พันลบ. ทั้งนี้ประเมินว่าการเพิ่มกำลังการผลิตภายใต้ PDP 2026 อาจสร้าง upside ให้ GULF ราว 10 บาท/หุ้น โดยสมมติให้ EGAT เปิดประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ราว 10GW ในปีหน้า และ GULF ได้สัดส่วน 40% หรือประมาณ 4GW ของโครงการโซลาร์ ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ FiT 2.16 บาท/kWh คาดว่าการลงทุนจะใช้เงินราว 25-30 ลบ./MW และมี IRR ประมาณ 12% ด้าน megatrend AI คาดว่าจะผลักดันความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตสูงกว่า GDP โดยเฉพาะความต้องการพลังงานสะอาดจาก data center ที่ใช้ไฟฟ้าเข้มข้นกว่าอุตสาหกรรมทั่วไป ปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ PDP ฉบับใหม่ และ Direct PPA สำหรับ data center ขนาด 2GW และโอกาสลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนในยุโรปในช่วง 1 ปีข้างหน้า ทางฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำซื้อ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 89.50 บาท/หุ้น เพื่อสะท้อนโอกาสเพิ่มกำลังการผลิตจากการประมูลภายใต้ PDP ใหม่ รวมถึงการเข้าซื้อสัดส่วน 50% ในโครงการโซลาร์และพลังงานลมจาก GUNKUL ซึ่งคิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 339.5MW ประเมินว่าโครงการที่เข้าซื้อมีมูลค่า NPV รวมประมาณ 9.7 พันลบ. จากการประเมินด้วยวิธี DCF และ WACC 5.5% คิดเป็นมูลค่าเพิ่มประมาณ 0.5 บาท/หุ้น โดยมี net IBD/E เพียง 1.06 เท่า
About megatrends
Energy Transition & Power Demand › Nuclear Generation & Utilities ▲Regulation
Energy Transition & Power Demand › Wind ▲Regulation
GULF.BK · Capital · Positive Finansia maintains Buy and raises GULF's target price to 89.50 baht on new PDP capacity upside and the GUNKUL acquisition.
GULF.BK · Demand · Positive New PDP 2026 bidding (~10GW renewables) and Direct PPAs for 2GW of data centers could add ~4GW of solar PPAs and ~10 baht/share upside.
GUNKUL.BK · Capital · Positive GULF is acquiring a 50% stake in GUNKUL's solar and wind projects totaling 339.5MW, a transaction involving GUNKUL's assets.
Electricity Generating Authority of Thailand · Regulation · Neutral EGAT is cited only as the body expected to open PDP bidding for ~10GW of new renewable projects, not as a directly affected party.
อ่านต้นฉบับ ↗
ThailandUnited States
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲5

หยวนต้าคาดกำไรปกติ TU ไตรมาส 3 โต 17% ปรับเป้าเป็น 16 บาท

บล.หยวนต้า ประเมินว่ากำไรปกติไตรมาส 3 ปี 2569 ของบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จะอยู่ที่ 1,420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 17.4% จากปีก่อน โดยคาดรายได้ 35,882 ล้านบาท เติบโต 6.0% จากไตรมาสก่อน และ 4.0% จากปีก่อน จากธุรกิจอาหารกระป๋องและอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 20.7% เพิ่มจาก 19.0% ในไตรมาส 3 ปี 2568 และคาดกำไรสุทธิ 1,305 ล้านบาท ด้านราคาปลาทูน่าเดือนกันยายนปรับขึ้นเป็น 2,200–2,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน หลังแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ราคาสูงกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ทำให้ค่าเฉลี่ยไตรมาส 3 อยู่ที่ราว 2,075 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 17.3% จากไตรมาสก่อน และ 33.9% จากปีก่อน ทางฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการกำไรปี 2569–2570 ขึ้น 18% และ 4% ตามลำดับ และปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 16.00 บาท จากเดิมอิง 12.5 เท่า คงคำแนะนำซื้อ โดยมีอัพไซด์ 29% และคาดเงินปันผลครึ่งปีหลัง 0.40 บาท คิดเป็นผลตอบแทน 3%
TU.BK · Capital · Positive Yuanta raised its 2026/2027 profit forecasts and set a new 16.00 baht target price with a buy rating on TU's expected Q3 normalized profit growth.
อ่านต้นฉบับ ↗
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲3

กสิกรไทยชี้แบงก์ฟื้นตัว ชู KKP-KTB หุ้นเด่น เป้า 153 และ 48 บาท

บล.กสิกรไทย ประเมินแนวโน้มกลุ่มธนาคารพาณิชย์ว่าการดำเนินงานหลักมีทิศทางทยอยฟื้นตัว โดยคาดกำไรรวมของธนาคาร 7 แห่งภายใต้การวิเคราะห์ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 4.94 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% จากไตรมาส 2/2569 และลดลง 15% จากไตรมาส 3/2568 จากแรงกดดันของรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ปัจจัยหนุนหลักมาจากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง โดยคาดอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น 0.2% จากไตรมาสก่อน และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญคาดว่าจะลดลง 0.7% จากการตั้งสำรองเพิ่มเติมโดยฝ่ายบริหารที่ลดลง สำหรับไตรมาส 4/2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 คาดว่าการเติบโตของสินเชื่อจะเร่งตัวขึ้น โดยสินเชื่อภาคธุรกิจและภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่สินเชื่อรายย่อยและเอสเอ็มอียังมีแนวโน้มอ่อนตัว ด้านกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทยคงมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มธนาคาร เลือก KKP และ KTB เป็นหุ้นเด่น แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 153 บาท และ 48 บาท ตามลำดับ พร้อมปรับปีฐานการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มธนาคารทั้งหมดจากกลางปี 2570 เป็นสิ้นปี 2570 และปรับราคาเป้าหมายของแต่ละหุ้นขึ้น 1-3% โดยไม่มีการปรับประมาณการกำไร
KKP.BK · Capital · Positive Kasikorn Securities names KKP a top pick with a buy rating and 153 baht target price, raising its target on the sector re-rating.
KTB.BK · Capital · Positive Kasikorn Securities names KTB a top pick with a buy rating and 48 baht target price, raising its target on the sector re-rating.
อ่านต้นฉบับ ↗
Money & Banking·4hอ่านต่อ →
United States
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲

คาดว่า Penguin Solutions จะรายงานรายได้เติบโต 54.2% ในไตรมาสที่ 3

Penguin Solutions จะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ในวันอังคารนี้หลังเวลาตลาดปิด โดยตลาดคาดว่ารายได้จะเติบโต 54.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งจะเป็นการเร่งตัวขึ้นจากที่เพิ่มขึ้น 8.6% ที่บริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายนี้ทำได้ในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ในไตรมาสที่ผ่านมา Penguin Solutions ทำรายได้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ โดยมีรายได้ 478.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 47.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยังทำกำไรต่อหุ้นและกำไรจากการดำเนินงานได้สูงกว่าที่ประมาณการไว้ด้วย โดยทั่วไปนักวิเคราะห์ยังคงยืนยันประมาณการของตนในช่วง 30 วันที่ผ่านมา แม้ว่าบริษัทจะทำรายได้ต่ำกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้หลายครั้งในช่วงสองปีที่ผ่านมา ในกลุ่มบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ด้วยกัน มีเพียง Micron ที่รายงานผลประกอบการแล้ว โดยทำรายได้สูงกว่าที่คาดด้วยยอดขายที่เติบโต 379% เมื่อเทียบกับปีก่อน และหุ้นปรับขึ้น 2.9% หลังผลประกอบการ หุ้นของ Penguin Solutions เพิ่มขึ้น 19.9% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่เพิ่มขึ้น 11.6% และมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์อยู่ที่ 74.29 ดอลลาร์ เทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันที่ 61.75 ดอลลาร์
PENG · Capital · Neutral Penguin Solutions is expected to post 54.2% revenue growth in Q3, but has missed revenue estimates multiple times in the past two years.
MU · Capital · Positive Micron reported and exceeded revenue estimates with 379% year-on-year sales growth, cited as a peer comparison.
อ่านต้นฉบับ ↗
Yahoo Finance·4hอ่านต่อ →
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์2

เอเซีย พลัส มองผลกระทบลดเที่ยวบิน THAI จำกัด จับตา CEO หยุดปฏิบัติหน้าที่

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI หลังคณะกรรมการบริษัทมีมติให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์น้ำท่วมช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 รวมถึงสอบทานกระบวนการบริหารจัดการภาวะวิกฤต โดยระหว่างการตรวจสอบมีมติให้ CEO หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่ง THAI กลับมาให้บริการทุกเที่ยวบินตั้งแต่ 3 ตุลาคม หลังปรับลดเที่ยวบินช่วงวันที่ 1 ถึง 2 ตุลาคม จำนวน 15 และ 9 เที่ยวบินตามลำดับ ฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส มองว่าผลกระทบจากการปรับลดเที่ยวบินเมื่อเทียบกับเที่ยวบินของ TG ทั้งหมดที่สุวรรณภูมิ ซึ่งเฉลี่ยช่วงเดือนสิงหาคมอยู่ที่ราว 120 เที่ยวบินต่อวัน เฉพาะขา Departure ยังจำกัดต่อผลการดำเนินงานไตรมาส 4/69 โดยระยะถัดไปให้น้ำหนักกับการตรวจสอบและแนวทางแก้ไขปัญหา Ground Handling ในระยะยาว ทั้งความเพียงพอของกำลังคน อุปกรณ์ และกระบวนการรองรับภาวะฉุกเฉิน เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำ โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้า High season ด้านการบริหาร แม้ CEO มีกำหนดครบวาระในมกราคม 2570 แต่อาจเพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งยังต้องติดตามต่อไป สำหรับภาพรวมผลต่อประมาณการปี 2570 ยังให้น้ำหนักกับ Jet fuel ซึ่งมีสัดส่วนราว 37% ของ OPEX เป็นตัวแปรหลักต่อการฟื้นตัวของกำไร โดยประมาณการกำไรปกติปี 2570 คาดว่าจะฟื้นตัว 25% จากฐานต่ำ อยู่บนสมมติฐาน Jet fuel ที่ 117 USD/bbl อิง IATA Jet fuel YTD ถึง 25 กันยายน 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 161 USD/bbl ทั้งนี้แนะนำซื้อหุ้น THAI ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 6.80 บาท
THAI.BK · Capital · Positive Asia Plus reiterates a buy rating with a 2027 target price of 6.80 baht and expects 25% profit recovery.
THAI.BK · Regulation · Negative Board investigation into the flood incident and suspension of the CEO add uncertainty to THAI's strategic direction.
อ่านต้นฉบับ ↗
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲

ฟิลลิปคาด MTC กำไร Q3/2569 นิวไฮ 2,000 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 ราว 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 7.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 13 จากรายได้ดอกเบี้ยที่เติบโตตามการขยายตัวของสินเชื่อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง แม้บริษัทอาจมีค่าใช้จ่ายและการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยคาดว่าสินเชื่อในไตรมาส 3/2569 จะขยายตัว 3.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เร่งขึ้นจาก 2.6% ในไตรมาส 2/2569 ส่งผลให้สินเชื่อจากสิ้นปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 5.8% YTD แต่การเร่งตัวดังกล่าวอาจมาพร้อมแรงกดดันด้านคุณภาพสินทรัพย์ โดยคาดว่า NPL อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ บล.ฟิลลิปยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ MTC ที่ 7,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมคงราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 42 บาทต่อหุ้น และคงคำแนะนำ “ซื้อ”
MTC.BK · Capital · Positive Phillip Securities forecasts MTC's Q3 2026 net profit at a record 2 billion baht and maintains a buy rating with a 42 baht target price.
อ่านต้นฉบับ ↗
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲4

เอเชีย พลัส คาดกำไร 8 ธนาคาร Q3/69 แตะ 6.5 หมื่นล้านบาท โต 1.6% QoQ

บล.เอเชีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิกลุ่มธนาคาร 8 แห่งในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 1.6% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 8.8% จากปีก่อน เพราะฐานรายได้ซื้อขายหลักทรัพย์ปีก่อนสูง โดยเฉพาะธนาคารกรุงเทพ และคาดว่ามีเพียง KKP TISCO และ TTB ที่กำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี การเติบโตไตรมาสต่อไตรมาสนำโดยธนาคารกรุงไทยที่บวก 7% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิฟื้นตามสินเชื่อและรายได้ซื้อขายได้แรงหนุนจาก Mark to market หุ้น THAI ต้นทุนต่ำ ตามด้วยธนาคารกรุงเทพที่บวก 5% จากคาดการณ์ลด OPEX และ ECL ตามฤดูกาล ส่วนธนาคารอื่นประเมินทรงตัวถึงลดลง 1% ถึง 2% หากเป็นไปตามคาด กำไร 9 เดือนแรกปี 2569 จะอยู่ที่ 1.94 แสนล้านบาท ลดลง 3.6% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 78% ของประมาณการทั้งปีของฝ่ายวิจัย และ 76% ของ BB Consensus ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลุ่มฟื้น 1.4% ไตรมาสต่อไตรมาส หนุน NIM เพิ่ม 4 bps มาที่ 3.02% ขณะที่ Credit cost อยู่ที่ 1.4% ลดจาก 1.5% ในไตรมาส 2 และคาด NPL ต่อสินเชื่อทรงตัวที่ 3.6% ฝ่ายวิจัยคงน้ำหนัก Neutral โดยเลือก KTB ตามด้วย KBANK เป็นหุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์
BBL.BK · Capital · Negative Q3/2026 profit expected down 8.8% YoY due to high base of securities trading revenue, particularly at Bangkok Bank, though QoQ up 5% on lower OPEX and ECL.
KTB.BK · Capital · Positive Krungthai Bank leads QoQ growth at 7% on recovery in net interest income and trading revenue, and is Asia Plus's top strategic pick.
KKP.BK · Capital · Positive KKP is one of only three banks expected to post year-on-year profit increases in Q3/2026.
TISCO.BK · Capital · Positive TISCO is one of only three banks expected to post year-on-year profit increases in Q3/2026.
KBANK.BK · Capital · Neutral Named as Asia Plus's second top strategic pick after KTB, but no specific Q3 profit estimate given; other banks flat to down 1-2%.
TTB.BK · Capital · Positive TTB is among only three banks expected to post year-on-year profit increases in Q3/2026, per Asia Plus Securities.
อ่านต้นฉบับ ↗
United States
คาดการณ์นักวิเคราะห์▼

ปรับลดมูลค่ายุติธรรมของ AutoZone ลง 4.1% เหลือ 3,708.71 ดอลลาร์สหรัฐ จากยอดขายสาขาเดิมไตรมาส 4 ที่อ่อนตัวลง

มูลค่ายุติธรรมตามแบบจำลองของ AutoZone ถูกปรับลดลงจากประมาณ 3,867.91 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือราว 3,708.71 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นการลดลงราว 4.1% สะท้อนสมมติฐานที่ปรับใหม่ในการวิจัยล่าสุด นักวิเคราะห์เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงนี้กับยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 4 ที่อ่อนตัวลงและแรงกดดันในช่องทางลูกค้าที่ซ่อมบำรุงด้วยตนเอง ขณะเดียวกันก็ชั่งน้ำหนักการรุกเข้าสู่ลูกค้ากลุ่มพาณิชย์และกลุ่มลูกค้าที่ให้ช่างทำให้ รวมถึงการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องของ AutoZone บริษัทหลายแห่งรวมถึง Raymond James, BMO Capital, Roth Capital, Barclays และ TD Cowen ยังคงให้เรตติ้งเชิงบวกแม้ปรับลดราคาเป้าหมาย ขณะที่ Bernstein เริ่มให้ความคุ้มครองหุ้นด้วยเรตติ้ง Outperform และราคาเป้าหมาย 3,698 ดอลลาร์สหรัฐ ชี้ว่าตลาดอะไหล่รถยนต์มือสองที่กระจัดกระจายและช่องทางลูกค้าที่ให้ช่างทำให้เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด Mizuho มีท่าทีระมัดระวังมากกว่าด้วยเรตติ้ง Neutral และปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตั้งคำถามต่อคำแนะนำของ AutoZone ที่ฝังการเติบโตของจำนวนธุรกรรมไว้ในปีงบประมาณ 2027 ขณะที่เงินเฟ้อของสินค้าเดียวกันถูกระบุไว้ในช่วง 4% ถึง 5% ในแบบจำลอง สมมติฐานการเติบโตของรายได้ขยับจากราว 7.59% เป็นประมาณ 6.94% สมมติฐานอัตรากำไรสุทธิลดลงจากราว 13.17% เป็นประมาณ 12.82% ค่า P/E ในอนาคตเปลี่ยนจากราว 22.82 เท่า เป็นประมาณ 22.29 เท่า และอัตราคิดลดขยับเล็กน้อยจาก 8.83% เป็นประมาณ 8.81%
AZO · Capital · Negative Analysts trimmed AutoZone's fair value ~4.1% and cut price targets on softer Q4 comps and DIY-channel pressure, with Mizuho downgrading to Neutral.
อ่านต้นฉบับ ↗
Simply Wall St·6hอ่านต่อ →
United StatesJapanTaiwan
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲

Cadence เปิดตัว RTL Generation Agent ใน ChipStack AI Super Agent

Cadence Design Systems เปิดตัว RTL Generation Agent ใหม่ภายใน ChipStack AI Super Agent เมื่อปลายเดือนกันยายน 2026 โดยระบบจะทำงานอัตโนมัติสำหรับการออกแบบดิจิทัลส่วนหน้าและการตรวจสอบยืนยันจากภาษาธรรมชาติ การประกาศเปิดตัว RTL Generation Agent มีขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 ซึ่งเป็นการขยาย ChipStack จากงานตรวจสอบยืนยันไปสู่การสร้างและอัปเดต RTL จากข้อกำหนด โดยมีการประเมินเบื้องต้นร่วมกับลูกค้าซึ่งรวมถึง Honda ด้วย แยกกันนั้น เครื่องมือของ Cadence ช่วยให้ Global Unichip Corp. ส่งมอบตัวเร่งความเร็ว AI แบบกำหนดเองและซิลิคอนสำหรับไฮเปอร์สเกลบนเทคโนโลยีกระบวนการขั้นสูงของ TSMC ได้ แนวโน้มการดำเนินงานของ Cadence คาดการณ์รายได้ 8.4 พันล้านดอลลาร์ และกำไร 2.0 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2029 ซึ่งต้องอาศัยการเติบโตของรายได้ปีละ 12.9% และกำไรที่เพิ่มขึ้นราว 0.6 พันล้านดอลลาร์ จากระดับ 1.4 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน โดยมูลค่าที่เหมาะสมอยู่ที่ 405.47 ดอลลาร์ สะท้อนอัปไซด์ 15% จากราคาปัจจุบัน ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายที่อยู่ในอันดับล่างสุดได้ประเมินรายได้ไว้ราว 8.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรใกล้ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029 แล้ว
About megatrends
Semiconductors › EDA & Semiconductor IP ▲Technology
Artificial Intelligence › EDA & Semiconductor IP ▲Technology
Artificial Intelligence › Agentic AI & Autonomous Workflows ▲Technology
Artificial Intelligence › Custom Silicon / ASIC ▲Technology
Artificial Intelligence › AI Compute & Accelerator Silicon Technology
CDNS · Technology · Positive Cadence launched a new RTL Generation Agent within ChipStack, extending its AI tooling from verification into spec-to-RTL creation.
CDNS · Capital · Positive Cadence's narrative projects $8.4B revenue and $2.0B earnings by 2029 with a $405.47 fair value implying 15% upside.
3443.TW · Demand · Positive Cadence tools helped Global Unichip deliver custom AI accelerators and hyperscale silicon on TSMC advanced processes.
อ่านต้นฉบับ ↗
Simply Wall St·6hอ่านต่อ →
United States
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲

Arcus Biosciences เตรียมนำเสนอข้อมูลใหม่ของ casdatifan ARC-20 ในมะเร็งไต

Arcus Biosciences ประกาศว่าจะจัดงานนักลงทุนแบบพบปะกันในวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ที่นครนิวยอร์ก เพื่อนำเสนอข้อมูลใหม่จากแพลตฟอร์ม ARC-20 เกี่ยวกับ casdatifan ยับยั้ง HIF-2a ที่อยู่ระหว่างการทดลอง สำหรับการรักษามะเร็งเซลล์ไตชนิด clear cell ในระยะแรก ระยะที่สอง และระยะท้าย ชุดข้อมูลนี้ครอบคลุมการรักษาแบบผสมในระยะแรกที่ไม่ใช้ TKI การรักษาแบบผสมกับ cabozantinib ในระยะที่สองที่มีการติดตามผลระยะยาว และความสัมพันธ์ทางเภสัชพลศาสตร์ของ HIF-2a กับการรอดชีวิตโดยรวม Arcus ยังวางแผนที่จะเสร็จสิ้นการรับสมัครผู้เข้าร่วมในการทดลอง PEAK-1 ระยะที่ 3 และเริ่ม PEAK-20 ภายในสิ้นปี 2026 โดยชุดข้อมูล ARC-20 จะเป็นปัจจัยชี้วัดว่าเดิมพันเพื่อการขึ้นทะเบียนเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือเพียงใด แนวโน้มของบริษัทคาดการณ์รายได้ 290.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไร 50.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2029 ซึ่งให้มูลค่ายุติธรรม 39.91 ดอลลาร์สหรัฐ และมีอัพไซด์ 63% จากราคาปัจจุบัน ขณะที่นักวิเคราะห์ที่ถูกจัดอันดับต่ำที่สุดบางส่วนคาดว่ารายได้อาจลดลงเหลือประมาณ 120.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2028
About megatrends
Biotech & Genomic Medicine › Oncology Therapeutics Technology
RCUS · Technology · Positive Arcus will present new ARC-20 casdatifan HIF-2a kidney cancer data and advance PEAK-1/PEAK-20 registrational trials.
อ่านต้นฉบับ ↗
Yahoo Finance·7hอ่านต่อ →
United States
คาดการณ์นักวิเคราะห์▼

Trade Desk ร่วง 77% ในหนึ่งปี ขณะการเติบโตชะงักและยอดขายชอร์ตพุ่งแตะ 24%

Trade Desk ปิดที่ 11.95 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ลดลง 77.51% ในรอบสิบสองเดือน ขณะที่ตลาดโดยรวมปรับขึ้น บริษัทมีกำไรสุทธิ 406.89 ล้านดอลลาร์ในรอบสิบสองเดือนที่ผ่านมา คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 13.61% และถือเงินสด 1.49 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับหนี้สิน 434.11 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่ากิจการอยู่ที่ 4.94 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับมูลค่าตลาด 6.00 พันล้านดอลลาร์ กระแสเงินสดอิสระแตะ 582.99 ล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงหนึ่งในสิบของมูลค่าตลาดทั้งหมดในปีเดียว การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการชะลอตัว รายได้เติบโต 3.00% ในไตรมาสล่าสุด และกำไรลดลง 28.60% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ 24.17% ของหุ้นที่ซื้อขายได้ถูกขายชอร์ต ที่อัตราส่วน 2.04 เท่าของยอดขาย ตลาดกำลังจ่ายประมาณสองดอลลาร์ต่อรายได้หนึ่งดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดจ่ายให้กับธุรกิจที่คาดว่าจะหดตัว
TTD · Capital · Negative Revenue growth stalled to 3% and earnings fell 28.6% year over year, driving the 77% share decline.
อ่านต้นฉบับ ↗
Yahoo Finance·7hอ่านต่อ →
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▼10

บอร์ด THAI สั่งพักงาน CEO ชาย เอี่ยมศิริ ตั้งสัมฤทธิ์รักษาการแทน

คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI มีมติให้นายชาย เอี่ยมศิริ หยุดปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบทานกระบวนการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติจากเหตุอุทกภัยช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ที่ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน กระเป๋าสัมภาระตกค้างจำนวนมาก เที่ยวบินดีเลย์ และหยุดให้บริการคลังสินค้าชั่วคราว โดยแต่งตั้งให้นายสัมฤทธิ์ สำเนียง กรรมการ THAI ปฏิบัติหน้าที่ CEO แทน มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป นายปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินความเสียหายเบื้องต้นราว 100 – 160 ล้านบาท ซึ่งจะสะท้อนในผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2569 แต่มองว่าไม่กระทบปัจจัยพื้นฐาน เพราะเป็นช่วงไฮซีซันที่ยอดจองตั๋วล่วงหน้าเติบโต โดยเฉพาะเส้นทางยุโรปที่มีอัตราบรรทุกผู้โดยสาร 85% ขณะที่ THAI เพิ่มสัดส่วนป้องกันความเสี่ยงน้ำมันเป็น 60% ในช่วง 24 เดือน จากเดิม 50% ในช่วง 12 เดือน พร้อมคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 19,500 ล้านบาท ลดลง 36.8% จากปีก่อน และปี 2570 ที่ 23,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% จากปีก่อน พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 7 บาท
THAI.BK · Regulation · Negative THAI board suspended CEO Chai Eamsiri pending a fact-finding investigation into flood crisis management, appointing an acting CEO.
THAI.BK · Supply · Negative Late-September floods caused labour shortages, baggage backlog, flight delays, and temporary suspension of cargo warehouse services, with 100-160M baht damage hitting Q4 2026 results.
อ่านต้นฉบับ ↗
ทันหุ้น·7hอ่านต่อ →
United States
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲

เป้าหมายมูลค่ายุติธรรมของ AtriCure ปรับขึ้นเป็น 54.89 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะนักวิเคราะห์เห็นต่างเรื่องการเติบโตของจำนวนหัตถการ

เป้าหมายราคามูลค่ายุติธรรมของ AtriCure ปรับเปลี่ยนจากประมาณ 51.67 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นประมาณ 54.89 ดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการปรับละเอียดเล็กน้อยในแบบจำลองของนักวิเคราะห์มากกว่าการตั้งต้นใหม่ทั้งหมด BTIG ปรับขึ้นเป้าหมายราคาของ AtriCure เป็น 55 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 45 ดอลลาร์สหรัฐ โดยชี้ไปที่ตัวชี้วัดคุณภาพ STS ตัวใหม่ ซึ่งบริษัทเห็นว่าอาจสนับสนุนการใช้ EnCompass Clamp มากขึ้นในผู้ป่วยผ่าตัดในสหรัฐที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแบบ atrial fibrillation ก่อนผ่าตัด และระบุว่าปัจจุบันมีผู้ป่วย atrial fibrillation ที่เข้ารับการผ่าตัดหัวใจในสหรัฐเพียงประมาณ 35% เท่านั้นที่ได้รับการรักษาด้วยการสลายเนื้อเยื่อด้วยวิธีผ่าตัด BTIG ประเมินว่าอาจมี upside ต่อรายได้จากธุรกิจ Open Ablation ในสหรัฐของ AtriCure อยู่ที่ 10 ล้านถึง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027 และ 20 ล้านถึง 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2028 เมื่อเทียบกับประมาณการก่อนหน้า UBS คงอันดับความน่าเชื่อถือ Buy สำหรับ AtriCure พร้อมเป้าหมายราคาที่ปรับใหม่เป็น 50 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 55 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างถึงการเติบโตของธุรกิจที่ไม่รวม MIS ว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนสิ่งที่บริษัทอธิบายว่าเป็นการขยายตัวของรายได้ระดับบนแบบเลขสองหลักที่ยั่งยืน Freedom Capital ปรับลดอันดับ AtriCure เป็น Hold จาก Buy และปรับขึ้นเป้าหมายเป็น 57 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 43 ดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่าข้อมูล BoX-NoAF POAF ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2027 จะเป็นบวก แต่ชี้ว่าข้อมูลสนับสนุนก่อนหน้านี้มีข้อแม้ ซึ่งบริษัทเห็นว่าลดขอบเขตความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ หากผลลัพธ์หรือการดำเนินงานต่ำกว่าคาด สมมติฐานการเติบโตของรายได้ค่อนข้างทรงตัว โดยขยับจากประมาณ 12.33% เป็นประมาณ 12.35% คาดการณ์อัตรากำไรสุทธิยังอยู่ที่ประมาณ 4.55% ค่า P/E ในอนาคตขยับจากประมาณ 94.5 เท่า เป็นประมาณ 101.3 เท่า และอัตราคิดลดแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยขยับจากประมาณ 7.52% เป็นประมาณ 7.55%
About megatrends
Aging Population › Medical Devices for the Aging Body ▲Demand
ATRC · Capital · Positive Analyst fair-value target rises to ~US$54.89 with BTIG lifting its PT to US$55 on the new STS Quality Metric supporting EnCompass Clamp use.
อ่านต้นฉบับ ↗
Simply Wall St·7hอ่านต่อ →
ThailandUnited States
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲

หุ้น SMT แตะ 6.80 บาท หยวนต้าคาดกำไรปี 2569 พลิกเป็นกำไร 150 ล้านบาท

หุ้น SMT ปิดตลาดช่วงเช้าที่ราคา 6.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 2.26% หลังขึ้นไปทำจุดสูงสุดระหว่างวันที่ 6.90 บาท โดยมีปัจจัยหนุน 3 ประเด็น ประเด็นแรกคือ Sentiment บวกของหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเช้าวันนี้ DELTA HANA และ KCE นำตลาด หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ตลาดลดความกังวลว่า Fed จะเร่งขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นกลุ่ม Semiconductor สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรงเมื่อคืนวันศุกร์ ประเด็นที่สอง SMT มีปัจจัยเฉพาะตัวจากธุรกิจ Optical ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณด้วยแสงและมีโอกาสเติบโตตาม AI และ Data Center โดย บล.หยวนต้า มองว่าคำสั่งซื้อจากลูกค้า Optical ระดับโลกจะทยอยเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะเห็นผลต่อรายได้และ Margin ชัดขึ้นในช่วง 2 ไตรมาสข้างหน้า ประเด็นที่สาม หยวนต้าคาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 โต 65% QoQ และมองกำไรปี 2569 พลิกจากขาดทุน 146 ล้านบาทในปี 2568 เป็นกำไร 150 ล้านบาท ส่วนปี 2570 คาดกำไรโตถึง 88% YoY เป็น 282 ล้านบาท จึงปรับราคาเหมาะสมสิ้นปี 2570 ขึ้นเป็น 8.40 บาท และยังคงคำแนะนำซื้อ ทั้งนี้ ราคาปิดวันที่ 2 ต.ค. ขึ้นมาทำ New High ในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 6.90 บาทแล้ว ขณะที่ราคาเป้าหมายจากหยวนต้า 8.40 บาทยังสูงกว่าราคาปัจจุบันพอสมควร
SMT.BK · Capital · Positive Yuanta expects SMT's 2026 profit to swing to 150 million baht from a 2025 loss and raised its fair value to 8.40 baht with a buy rating.
SMT.BK · Demand · Positive Yuanta expects orders from global Optical customers to gradually increase, lifting revenue and margin over the next two quarters on AI/data-center growth.
อ่านต้นฉบับ ↗
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์2

เอเซีย พลัส คาดน้ำท่วม 4-7 ต.ค. เสียหายหมื่นล้าน ฉุด GDP ไตรมาส 3/69 เหลือ 2.1-2.3%

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่าสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีการเตือนภัยว่าภาคเหนือตอนบนของไทยจะมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักจนต้องระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก จะสร้างความเสียหายราว 5,000-10,000 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐานว่าน้ำท่วมกินเวลาราว 1 สัปดาห์ และจะกดดันให้ GDP ไตรมาส 3/69 มีโอกาสขยายตัวลดลงเหลือ 2.1-2.3% พร้อมทั้งอาจกดดันต่อเนื่องถึงไตรมาส 4/69 ในด้านผลกระทบรายกลุ่มธุรกิจ กลุ่มที่สวนกระแสน้ำและได้รับประโยชน์คือกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ขณะที่กลุ่มค้าปลีก กลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มอาหารยังพอได้แรงหนุน ส่วนกลุ่มที่อยู่ในโซนเฝ้าระวัง ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มเกษตร และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มที่เริ่มถูกน้ำกดหรือได้รับผลกระทบทางลบ ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย และกลุ่มเช่าซื้อ
ThailandUnited Arab EmiratesSaudi ArabiaQatarOman
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲2

โบรกฯ ชี้หุ้นโรงพยาบาลกำไรฟื้นเร็ว นักท่องเที่ยวตะวันกลางหนุน BH-PR9-BDMS เด่นสุด

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด มองว่าการกลับมาของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในไตรมาส 3/69 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น 18.8% จากช่วงเดียวกัน แม้ลดลง 43.1% จากเดือนก่อนหน้าตามปัจจัยฤดูกาล ส่งผลให้ไตรมาส 3/69 เพิ่มขึ้น 12.9% จากช่วงเดียวกัน และ 142.4% จากไตรมาสก่อน สะท้อนการเดินทางที่ทยอยกลับสู่ภาวะปกติ หลังผู้ป่วยตะวันออกกลางเริ่มฟื้นจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน แม้จำนวนผู้ป่วยบางโรงพยาบาลยังไม่กลับสู่ระดับปีก่อน แต่ผู้ป่วยที่กลับมาส่วนใหญ่เป็นเคสซับซ้อนและโรคร้ายแรงซึ่งมีรายได้ต่อเคสและมาร์จิ้นสูง หนุนให้กำไรมีโอกาสฟื้นเร็วกว่ารายได้ โดยในไตรมาส 3/69 นักท่องเที่ยวจาก UAE เพิ่มขึ้น 29.8% และซาอุฯ เพิ่มขึ้น 21% ขณะที่กาตาร์และโอมานเพิ่มขึ้น 1% และ 4% ตามลำดับ ทั้งนี้ BH ได้รับผลบวกมากสุดด้วยสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยตะวันออกกลางราว 23% รองลงมาคือ PR9 และ BDMS ที่ราว 10% และ 4% และคาดกำไรปกติกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในไตรมาส 3/69 แข็งแกร่งที่สุดของปี จากผู้ป่วยต่างชาติที่ฟื้นตัว ผสานผู้ป่วยไทยที่เพิ่มขึ้นจากไข้หวัดใหญ่และ COVID-19 รวมถึงการกลับมาของเคสซับซ้อน ขณะที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ ช่วง 24-26 ก.ย. คาดกระทบจำกัด
BH.BK · Demand · Positive BH benefits most, with Middle Eastern patients about 23% of revenue, as tourist numbers recover and complex high-margin cases return.
BDMS.BK · Demand · Positive BDMS is named as a standout beneficiary as returning Middle Eastern tourists (about 4% of revenue) drive higher-margin complex cases and stronger Q3 2026 profit.
PR9.BK · Demand · Positive PR9 is cited as a standout, with Middle Eastern patients about 10% of revenue, supported by recovering tourist arrivals and complex cases.
อ่านต้นฉบับ ↗
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲5

กรุงศรีคงแนะนำกลุ่มธนาคารขาขึ้น เลือก KBANK และ KTB เป็นหุ้นเด่น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำกลุ่มธนาคารเป็น BULLISH โดยคาดว่า ROE ปี 70 จะเพิ่มขึ้นจากปี 69 เพราะดอกเบี้ยขาลงจบแล้ว การกลับมาของวัฏจักร การลงทุนรอบใหม่ และการเติบโตในกลุ่ม Wealth Management หลังราคาหุ้นช่วง 25 – 30 ก.ย.69 ปรับลง 2-8% น่าจะตอบรับปัจจัยลบด้านความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์จากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ และความเสี่ยงจากมวลน้ำเหนือไปบ้างแล้ว โดยเลือก KBANK และ KTB เป็น Top Picks เพราะได้ประโยชน์หลักจากธีมการลงทุนดังกล่าว สำหรับกำไรสุทธิไตรมาส 3/69 ของกลุ่มธนาคารที่ศึกษาคาดที่ 5.60 หมื่นล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้คาดธนาคารคงจ่ายเงินปันผลปี 69 ในระดับสูง คิดเป็น dividend yield 5-6% เพราะมีเงินกองทุนสูง คงแผนระยะกลาง-ยาวในการเพิ่ม ROE และไม่มีการลงทุนใหม่ขนาดใหญ่ ขณะที่เงินปันผลครึ่งหลังปี 69 คาด dividend yield ที่ 3-5% ทั้งนี้คาด KTB และ KKP มีโอกาสจ่ายเงินปันผลปี 69 มากกว่าคาด เพราะประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งแรกปี 69 มากกว่าคาด
KBANK.BK · Capital · Positive Krungsri Securities names KBANK a Top Pick, benefiting most from the new investment round and rising ROE theme.
KTB.BK · Capital · Positive Krung Thai Bank is chosen as a Top Pick, benefiting most from the investment theme, and is expected to pay higher-than-expected 2026 dividends.
KKP.BK · Capital · Positive KTB and KKP are expected to pay higher-than-expected 2026 dividends after larger-than-expected H1 2026 payouts.
อ่านต้นฉบับ ↗
Thailand
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲

หยวนต้ามอง SINGER เป็นหุ้นเทิร์นอะราวด์ เปิดตัว S-PRO Series ตั้งเป้ากำไรปี 2026 โต 516%

บล. หยวนต้า ออกบทวิเคราะห์เชิงบวกต่อ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER หลังบริษัทเปิดตัวเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ SINGER รุ่น S-PRO Series โดยช่วงแรกเน้นโทรทัศน์ ตู้แช่เชิงพาณิชย์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องซักผ้า ซึ่งผลิตโดย OEM รายใหม่ ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น โดยตั้งเป้า Product Margin เพิ่มเป็น 40% จากระดับ 31.4% ใน 1H26 พร้อมฟังก์ชันล็อคเครื่องเช่นเดียวกับสมาร์ทโฟน ทำให้ขายแบบผ่อนชำระผ่านระบบ SG Finance+ ของ SGC ได้ โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ใกล้เคียงกับ Lock Phone ที่ 25% ต่อปี บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจ Solar Roof ผ่านบริษัทร่วมทุน JGS ซึ่ง JMART ถือหุ้น 50% GUNKUL 40% และ SINGER 10% พร้อมเปิดสาขา Solar Roof Shop และให้บริการสินเชื่อผ่าน SGC รวมทั้งบริการใหม่ SG Subscribe+ ที่เริ่มจาก Solar Roof เป็นอันดับแรก ด้านการขยายสาขา บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 146 สาขาในปีนี้ จาก 101 สาขาใน 2Q26 และเพิ่มพนักงานขาย 1,000 คน จากที่เพิ่มไปแล้ว 443 คนใน 2Q26 หยวนต้าคาดกำไรสุทธิ 3Q26 ของ SINGER จะเร่งตัวขึ้นเด่นทั้ง YoY และ QoQ และ 4Q26 จะโตต่อทั้ง YoY และ QoQ หนุนให้ทั้งปี 2026 กำไรสุทธิอยู่ที่ 647 ลบ. โต 516% YoY และโตต่อ 21.5% YoY ในปี 2027 โดยคงคำแนะนำ ซื้อ มูลค่าพื้นฐานปี 2027 ที่ 13.70 บาท คิดเป็น Upside 25% จากราคาปัจจุบัน
About megatrends
Energy Transition & Power Demand › Solar ▲Demand
SINGER.BK · Capital · Positive Yuanta maintains Buy with 13.70 baht target and forecasts 516% 2026 net profit growth on higher gross margins.
SINGER.BK · Demand · Positive New S-PRO Series appliances, 146 new branches, 1,000 added sales staff and Solar Roof/Subscribe+ expansion drive product demand.
SGC.BK · · Neutral Mentioned only as the lender (SG Finance+/SGC) enabling SINGER's installment sales; no own development.
อ่านต้นฉบับ ↗
บล. หยวนต้า (ประเทศไทย·9hอ่านต่อ →
United StatesChina
คาดการณ์นักวิเคราะห์▼

มูลค่ายุติธรรมของ Daqo New Energy ถูกปรับลด 18% ขณะที่ JPMorgan และ Goldman เห็นต่างกันเรื่องอันดับความน่าเชื่อถือ

ประมาณการมูลค่ายุติธรรมของ Daqo New Energy ถูกปรับลดลงจากประมาณ 23.95 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือประมาณ 19.65 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 18% ขณะที่นักวิเคราะห์ยังคงเห็นต่างกันอย่างมากต่อหุ้นตัวนี้ JPMorgan คงอันดับความน่าเชื่อถือที่ Overweight พร้อมเป้าราคาใหม่ที่ 22 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังสูงกว่าประมาณการมูลค่ายุติธรรมที่ปรับใหม่ ขณะที่ Goldman Sachs เปลี่ยนเป็นอันดับ Sell พร้อมเป้าราคาที่ลดลงเหลือ 10 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างถึงผลขาดทุนสุทธิแบบ non GAAP ในไตรมาสสอง ซึ่งเกิดจากราคาขายเฉลี่ยที่รับรู้ได้ต่ำลงและค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหารที่สูงขึ้น บริษัทได้ออกแนวโน้มการผลิตใหม่สำหรับไตรมาสที่สามของปี 2026 โดยตั้งเป้าผลผลิตโพลีซิลิคอนไว้ที่ประมาณ 40,000 ถึง 45,000 เมตริกตัน และสำหรับทั้งปี 2026 คาดการณ์การผลิตโพลีซิลิคอนไว้ที่ประมาณ 160,000 ถึง 180,000 เมตริกตัน ซึ่งรวมผลกระทบจากการบำรุงรักษาโรงงานประจำปีด้วย Daqo New Energy ยังถูกถอดออกจากดัชนี FTSE All World Index ในรูปดอลลาร์สหรัฐ และรอยเตอร์รายงานว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังเตรียมกำหนดราคาขั้นต่ำและภาษีนำเข้าสำหรับโพลีซิลิคอนเพื่อสนับสนุนโรงงานในประเทศ โดยมี Daqo New Energy ถูกระบุเป็นหนึ่งในบริษัทที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ในแบบจำลองที่ปรับปรุงใหม่ การเติบโตของรายได้ถูกปรับลดจากประมาณ 32.87% เหลือประมาณ 30.82% อัตรากำไรสุทธิขยับจากประมาณ 1.77% เป็นประมาณ 6.50% ค่า P/E ในอนาคตถูกปรับลดจากประมาณ 97.65 เท่า เหลือประมาณ 23.46 เท่า และอัตราคิดลดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากประมาณ 12.27% เป็นประมาณ 12.37%
DQ · Capital · Neutral Fair value cut ~18% with JPMorgan Overweight ($22 target) vs Goldman Sell ($10 target) after Q2 non-GAAP net loss on lower ASPs and higher SG&A.
DQ · Tariff · Negative US government preparing a polysilicon price floor and tariffs, with Daqo cited among companies expected to be affected.
688303.CG · Capital · Neutral Parent Daqo New Energy's fair value cut and split analyst ratings (JPMorgan Overweight vs Goldman Sell) after a Q2 net loss.
688303.CG · Tariff · Negative US polysilicon price floor and tariffs cited as affecting Daqo New Energy, the parent of Xinjiang Daqo.
อ่านต้นฉบับ ↗
Simply Wall St·11hอ่านต่อ →
United States
คาดการณ์นักวิเคราะห์▲2impact 4

Arista Networks ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2026 เป็น 1.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากความต้องการด้าน AI

Arista Networks ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2026 เป็น 1.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยรวมอย่างน้อย 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI หลังจากรายงานรายได้ไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ 2026 ที่ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 37.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แนวโน้มที่สูงขึ้นนี้ตอกย้ำว่าเครือข่ายคลาวด์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้กลายเป็นเสาหลักรายได้สำคัญของบริษัท ซึ่งกำหนดสัดส่วนการเติบโตของบริษัทในกลุ่มลูกค้าทั้งไฮเปอร์สเกลและองค์กรทั่วไป Arista ยังถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี S&P 100 ในเดือนกันยายน 2026 ซึ่งสะท้อนน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของบริษัทในดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ พอดีกับที่ผู้บริหารผูกแนวโน้มธุรกิจส่วนใหญ่ไว้กับรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AI มากขึ้น แผนระยะยาวของบริษัทคาดการณ์รายได้ 2.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไร 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2029 ซึ่งต้องอาศัยการเติบโตของรายได้ปีละ 26.6% และกำไรที่เพิ่มขึ้นประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน นักวิเคราะห์บางรายที่จัดอยู่ในกลุ่มคะแนนต่ำสุดได้ประเมินรายได้ปี 2029 ไว้ราว 1.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไร 6.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนการเปิดเผยคาดการณ์ครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเปิดรับความเสี่ยงด้าน AI และข้อผูกพันด้านอุปทานระยะยาวของ Arista สามารถตีความได้แตกต่างกันเพียงใด
About megatrends
Artificial Intelligence › AI Networking & Interconnect ▲Demand
Artificial Intelligence › Switching & Networking Silicon/Systems ▲Demand
ANET · Demand · Positive Arista raised 2026 revenue guidance to $12.60B, including at least $3.50B from AI-related business, on AI-driven cloud networking demand.
ANET · Capital · Positive Arista was added to the S&P 100 in September 2026, reflecting its growing weight in large-cap U.S. equity indices.
อ่านต้นฉบับ ↗
Simply Wall St·11hอ่านต่อ →