ASAP ได้อานิสงส์จากความต้องการ EV จุดแข็งการผลิตในประเทศ และแผนสร้างโรงงานใหม่
กำไร Q2 พุ่ง 455% จากยอดขายรถใหม่ กำไรสุทธิของ ASAP ใน Q2 2026 พุ่งขึ้น 455% เป็น 60.87 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากรายได้จากการขายรถใหม่ที่เพิ่มขึ้น 2.16 พันล้านบาท สิ่งนี้แสดงว่าธุรกิจหลักเติบโตอย่างรวดเร็วและทำกำไรได้มากขึ้น ซึ่งสนับสนุนราคาหุ้นที่สูงขึ้น
ตอบคำถามโดยตรงว่าทำไม ASAP จึงเคลื่อนไหว: การเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
การขึ้นภาษีนำเข้า EV มองเป็นประโยชน์ ไม่ใช่ภัยคุกคาม รัฐบาลมีแผนจะขึ้นภาษีนำเข้าสำหรับ EV ที่นำเข้าทั้งคัน ASAP ระบุว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะ 90% ของ EV ที่ขายผลิตในประเทศไทย และอาจช่วยให้รถที่ผลิตในประเทศแข่งขันกับรถนำเข้าได้ดีขึ้น ซึ่งลดความเสี่ยงเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นและอาจช่วยเพิ่มยอดขาย
ชี้แจงความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่เคยถูกมองว่าเป็นลบ แต่ตอนนี้กลับเป็นบวกสำหรับ ASAP
ยอดสั่งจอง EV ล้นมือและเป้าหมายยอดขาย บริษัทย่อยของ ASAP มียอดสั่งจอง CHANGAN EV กว่า 3,000 คันที่รอการส่งมอบ และบริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายปี 2026 ที่ 14,500 คัน อีกทั้งยังมีแผนขายรถมือสอง 2,000 คัน มูลค่า 800 ล้านบาท สิ่งนี้แสดงว่าความต้องการยังแข็งแกร่งและรายได้ในอนาคตมีแนวโน้มเติบโต
เน้นความต้องการที่เป็นรูปธรรมและเป้าหมายยอดขายที่ขับเคลื่อนความคาดหวังรายได้
แผนสร้างโรงงานประกอบ MAXUS EV ในประเทศไทย ASAP กำลังเตรียมสร้างโรงงานประกอบ MAXUS EV ในประเทศไทยภายในกลางปี 2027 โดยเปลี่ยนจากการนำเข้ารถสำเร็จรูปมาสู่การประกอบในประเทศ การลงทุนระยะยาวนี้ควรช่วยลดต้นทุน ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสนับสนุนการเติบโต แม้ว่าจะต้องใช้เงินทุนก็ตาม
การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันในอนาคต