← ภาพรวม Verra Mobility

Verra Mobility vs Leidos: ทำไมราคาถึงขยับต่างกัน

สรุปจากข่าวทุกสัปดาห์ · เดือน · ไตรมาส เทียบกันตามช่วงเวลา

Verra Mobility Corp (VRRM)

Q3 2026
▼3▲1

Verra ชนะสัญญาที่ลอสแอนเจลิส แต่ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ผู้นำ และกำไรเพิ่มขึ้น

  • ชนะสัญญาโครงการความปลอดภัยด้านความเร็วที่ลอสแอนเจลิส Verra ชนะโครงการความปลอดภัยด้านความเร็วของลอสแอนเจลิสซึ่งครอบคลุม 125 จุด เป็นสัญญาภาครัฐขนาดใหญ่ที่ช่วยชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปจาก Avis และแสดงให้เห็นว่าธุรกิจภาครัฐยังแข็งแกร่ง

    นี่คือเหตุการณ์บวกใหม่หลักที่อาจสนับสนุนราคาหุ้น

  • คดีกลุ่มด้านหลักทรัพย์ขยายวง สำนักงานกฎหมายหลายแห่งยื่นฟ้องคดีกลุ่มด้านหลักทรัพย์ต่อ Verra เกี่ยวกับข้อกล่าวหาการกล่าวเท็จเรื่องสัญญากับ Avis และกำหนดเส้นตายวันที่ 4 สิงหาคมสำหรับผู้ฟ้องนำคดีทำให้ต้นทุนทางกฎหมายและความไม่แน่นอนยังสูง

    นี่คือพัฒนาการทางกฎหมายใหม่ที่เพิ่มแรงกดดันและความไม่แน่นอนให้นักลงทุน

  • ซีอีโอลาออกท่ามกลางการสอบสวน; ขาดทุนไตรมาส 2 จากการตัดจำหน่าย ซีอีโอลาออกอย่างกระทันหันท่ามกลางการสอบสวน และผลประกอบการไตรมาส 2 แสดงการขาดทุนสุทธิ 48.2 ล้านดอลลาร์จากการตัดจำหน่าย T2 Systems 104.4 ล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องผู้นำและความสามารถทำกำไร

    นี่คือเหตุการณ์ลบใหม่ที่รวมความวุ่นวายด้านผู้นำและค่าใช้จ่ายทางบัญชีจำนวนมาก

  • Avis และ Hertz ต่อสัญญาด้วยเงื่อนไขที่อ่อนลง บริการของ Avis กลับมาแล้วแต่ด้วยเงื่อนไขที่เสียเปรียบกว่าอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึง Avis ทำงานภายในมากขึ้น และการต่อสัญญากับ Hertz ก็มาด้วยเงื่อนไขที่อ่อนลงซึ่งจะกดดันการเติบโตครึ่งปีหลัง

    นี่คือพัฒนาการใหม่ที่แสดงว่าการต่อสัญญามีกำไรน้อยลง ซึ่งกระทบการเติบโตในอนาคต

กรกฎาคม 2026
▼3▲1

Verra ชนะสัญญาที่ลอสแอนเจลิส แต่ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ผู้นำ และกำไรเพิ่มขึ้น

  • ชนะสัญญาโครงการความปลอดภัยด้านความเร็วที่ลอสแอนเจลิส Verra ชนะโครงการความปลอดภัยด้านความเร็วของลอสแอนเจลิสซึ่งครอบคลุม 125 จุด เป็นสัญญาภาครัฐขนาดใหญ่ที่ช่วยชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปจาก Avis และแสดงให้เห็นว่าธุรกิจภาครัฐยังแข็งแกร่ง

    นี่คือเหตุการณ์บวกใหม่หลักที่อาจสนับสนุนราคาหุ้น

  • คดีกลุ่มด้านหลักทรัพย์ขยายวง สำนักงานกฎหมายหลายแห่งยื่นฟ้องคดีกลุ่มด้านหลักทรัพย์ต่อ Verra เกี่ยวกับข้อกล่าวหาการกล่าวเท็จเรื่องสัญญากับ Avis และกำหนดเส้นตายวันที่ 4 สิงหาคมสำหรับผู้ฟ้องนำคดีทำให้ต้นทุนทางกฎหมายและความไม่แน่นอนยังสูง

    นี่คือพัฒนาการทางกฎหมายใหม่ที่เพิ่มแรงกดดันและความไม่แน่นอนให้นักลงทุน

  • ซีอีโอลาออกท่ามกลางการสอบสวน; ขาดทุนไตรมาส 2 จากการตัดจำหน่าย ซีอีโอลาออกอย่างกระทันหันท่ามกลางการสอบสวน และผลประกอบการไตรมาส 2 แสดงการขาดทุนสุทธิ 48.2 ล้านดอลลาร์จากการตัดจำหน่าย T2 Systems 104.4 ล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องผู้นำและความสามารถทำกำไร

    นี่คือเหตุการณ์ลบใหม่ที่รวมความวุ่นวายด้านผู้นำและค่าใช้จ่ายทางบัญชีจำนวนมาก

  • Avis และ Hertz ต่อสัญญาด้วยเงื่อนไขที่อ่อนลง บริการของ Avis กลับมาแล้วแต่ด้วยเงื่อนไขที่เสียเปรียบกว่าอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึง Avis ทำงานภายในมากขึ้น และการต่อสัญญากับ Hertz ก็มาด้วยเงื่อนไขที่อ่อนลงซึ่งจะกดดันการเติบโตครึ่งปีหลัง

    นี่คือพัฒนาการใหม่ที่แสดงว่าการต่อสัญญามีกำไรน้อยลง ซึ่งกระทบการเติบโตในอนาคต

ล่าสุด
▼3

การเสียสัญญากับ Avis การลาออกของ CEO คดีความ และผลขาดทุนไตรมาส 2 กดดัน VRRM ต่อเนื่อง

  • ครบกำหนดยื่นคำร้องในคดีฟ้องร้องกลุ่มด้านหลักทรัพย์ นักลงทุนมีเวลาถึงวันที่ 4 สิงหาคมในการยื่นขอเป็นโจทก์หลักในคดีฟ้องร้องกลุ่มที่กล่าวหาว่า Verra ให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ Avis คดีนี้ทำให้ต้นทุนทางกฎหมายและความไม่แน่นอนยังคงเป็นประเด็นที่จับตา ซึ่งกดดันราคาหุ้น

    นี่คือพัฒนาการทางกฎหมายใหม่ที่เพิ่มแรงกดดันเชิงลบต่อ VRRM

  • การลาออกของ CEO อยู่ระหว่างการสอบสวน David Roberts ซีอีโอที่ดำรงตำแหน่งมานานลาออกอย่างกระทันหันเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน และสำนักงานกฎหมาย Hagens Berman กำลังสอบสวนว่าการจากไปของเขามีความเชื่อมโยงกับการเสียสัญญากับ Avis หรือไม่ ความไม่แน่นอนด้านผู้นำทำให้ผู้ลงทุนกังวลและอาจกดดันราคาหุ้นให้ลดลง

    นี่คือเหตุการณ์ใหม่ที่เพิ่มเรื่องราวเชิงลบและความไม่แน่นอน

  • ขาดทุนสุทธิไตรมาส 2 จากรายการด้อยค่า Verra รายงานผลขาดทุนสุทธิ 48.2 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาส 2 จากการตั้งสำรองด้อยค่าของหน่วยธุรกิจ T2 Systems ด้านที่จอดรถเป็นจำนวน 104.4 ล้านดอลลาร์ แม้ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 12% แต่ผลขาดทุนแสดงให้เห็นว่าการเข้าซื้อกิจการในอดีตไม่ได้ให้ผลตอบแทน ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน

    นี่คือผลประกอบการทางการเงินใหม่ที่ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าของ VRRM

  • การต่อสัญญากับ Avis และ Hertz ด้วยเงื่อนไขที่เสียเปรียบกว่าเดิม Verra ลงนามต่อสัญญากับ Avis เป็นเวลาเจ็ดปี และกับ Hertz เป็นเวลาห้าปี แต่ฝ่ายบริหารกล่าวว่าเงื่อนไขเสียเปรียบกว่าอย่างมีนัยสำคัญและจะกดดันการเติบโตในครึ่งปีหลัง แม้จะลดความเสี่ยงจากการสูญเสีย Avis ทั้งหมด แต่ก็ลดกำไรในอนาคต

    นี่คือพัฒนาการใหม่ที่เปลี่ยนแปลงแนวโน้มรายได้และเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของราคาหุ้น

▼2▲1

สัญญากับ Avis กลับมาในเงื่อนไขที่อ่อนลง กำหนดเส้นตายทางกฎหมายใกล้เข้ามา

  • สัญญากับ Avis กลับมาในเงื่อนไขที่เสียเปรียบกว่าเดิม Verra บรรลุข้อตกลงกับ Avis เพื่อกลับมาให้บริการบริหารจัดการกองรถ ส่งผลให้หุ้นพุ่งขึ้นกว่า 23% หลังปิดตลาด สัญญานี้ฟื้นแหล่งรายได้หลักที่เคยคิดเป็น 10% ของยอดขาย แต่ตอนนี้ Avis สามารถทำงานบางส่วนเองได้ และเงื่อนไขเสียเปรียบกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการฟื้นตัวทางการเงินจะน้อยกว่าเมื่อก่อน

    นี่คือเหตุการณ์ใหม่สำคัญที่เปลี่ยนแนวโน้มรายได้และราคาหุ้นของ Verra โดยตรง

  • กำหนดเส้นตายยื่นคำร้องเป็นโจทก์หลักวันที่ 4 สิงหาคมใกล้เข้ามา สำนักงานกฎหมายหลายแห่งเตือนนักลงทุนว่าวันที่ 4 สิงหาคมเป็นกำหนดเส้นตายในการยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์หลักในคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มด้านหลักทรัพย์ คดียังคงอยู่ในความสนใจ ทำให้ต้นทุนทางกฎหมายและความไม่แน่นอนยังสูง ซึ่งอาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น

    กำหนดเส้นตายนี้เป็นเหตุการณ์ใหม่ที่มีเวลาชัดเจน ทำให้ความเสี่ยงทางกฎหมายยังเป็นจุดสนใจหลักของนักลงทุน

  • Portnoy Law Firm ยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มใหม่ Portnoy Law Firm ยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มต่อ Verra โดยกล่าวหาว่าให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ Avis กรณีนี้เพิ่มจำนวนคดีฟ้องร้องที่มีอยู่แล้ว ทำให้ค่าใช้จ่ายทางกฎหมายสูงขึ้น และยังคงสร้างความกังวลให้กับราคาหุ้นขณะที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลลัพธ์

    คดีฟ้องร้องใหม่เพิ่มภาระทางกฎหมายและเป็นพัฒนาการเชิงลบใหม่ในงวดนี้

▼2▲1

ชัยชนะด้านความปลอดภัยทางความเร็วที่ LA ชดเชยผลกระทบทางกฎหมายของ Avis ที่ยังคงดำเนินอยู่

  • ความสำเร็จของโครงการความปลอดภัยทางความเร็วในลอสแอนเจลิส Verra ได้รับเลือกให้ดำเนินโครงการความปลอดภัยทางความเร็วที่ใหญ่ที่สุดของ LA ครอบคลุม 125 จุดที่มีการบาดเจ็บสูง โดยจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบภายในสิ้นปี 2026 สัญญาใหม่นี้เพิ่มรายได้และแสดงให้เห็นว่าธุรกิจหลักด้านภาครัฐสามารถชนะข้อตกลงขนาดใหญ่ได้ ซึ่งช่วยชดเชยการสูญเสีย Avis และสนับสนุนราคาหุ้น

    นี่เป็นเหตุการณ์ทางธุรกิจเชิงบวกใหม่เพียงเหตุการณ์เดียวในงวดนี้ และตอบโต้เรื่องราวเชิงลบของ Avis ได้โดยตรง

  • คดีกลุ่มด้านหลักทรัพย์ขยายตัวจากการยื่นฟ้องใหม่ Robbins LLP และ Bronstein, Gewirtz & Grossman ได้ยื่นฟ้องคดีกลุ่มใหม่ และ Hagens Berman ได้ขยายการสอบสวน คดีเหล่านี้กล่าวหาว่า Verra ทำให้ผู้ลงทุนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับ Avis การฟ้องร้องที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนทางกฎหมายสูงขึ้นและความไม่แน่นอนยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งกดดันราคาหุ้น

    การที่สำนักงานกฎหมายใหม่ยื่นฟ้องถือเป็นการยกระดับความเสี่ยงทางกฎหมายครั้งใหม่ ไม่ใช่เพียงการรายงานซ้ำจากก่อนหน้า

  • กำหนดเส้นตายวันที่ 4 สิงหาคมสำหรับผู้ฟ้องนำใกล้เข้ามา หลายบริษัทเตือนผู้ลงทุนเกี่ยวกับกำหนดเส้นตายวันที่ 4 สิงหาคมในการขอสถานะผู้ฟ้องนำในคดีกลุ่ม เมื่อกำหนดเส้นตายใกล้เข้ามา คดียังคงอยู่ในความสนใจ ซึ่งอาจกดดันราคาหุ้นและทำให้ความไม่แน่นอนยังคงอยู่สำหรับผู้ลงทุน

    กำหนดเส้นตายเป็นเหตุการณ์เฉพาะที่กำลังจะมาถึง ซึ่งอาจส่งผลต่อแรงกดดันราคาหุ้นในระยะสั้นและความสนใจของผู้ลงทุน

Q2 2026
▼4

Verra Mobility: การสูญเสีย Avis จุดชนวนคลื่นคดีความและการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร

  • คดีความแบบกลุ่มด้านหลักทรัพย์ บริษัทกฎหมายหลายแห่งได้ยื่นฟ้องคดีความแบบกลุ่มด้านหลักทรัพย์ต่อ Verra Mobility โดยกล่าวหาว่าบริษัทให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดแก่นักลงทุนเกี่ยวกับความมั่นคงของสัญญากับ Avis ความเสี่ยงทางกฎหมายนี้อาจนำไปสู่บทลงโทษทางการเงินและความเสียหายต่อชื่อเสียง ซึ่งกดดันราคาหุ้น

    คดีความแบบกลุ่มนี้เป็นพัฒนาการทางกฎหมายใหม่ที่สำคัญ ซึ่งคุกคามการเงินของ Verra และความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยตรง

  • การยกเลิกสัญญากับ Avis Avis Budget Group ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ Verra ได้ยกเลิกสัญญามีผลตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 คาดว่าจะทำให้รายได้ต่อปีลดลง 135–145 ล้านดอลลาร์ และกำไรลดลง 120–125 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Verra ต้องปรับลดแนวโน้มปี 2026

    การสูญเสียลูกค้ารายใหญ่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หุ้นดิ่งลง 70% และยังคงเป็นปัจจัยลบหลัก

  • การลาออกของ CEO CEO David Roberts ลาออกอย่างกระทันหันเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 เพียงไม่กี่วันหลังจากข่าว Avis เปิดเผย คณะกรรมการได้แต่งตั้ง CEO ชั่วคราว ช่องว่างความเป็นผู้นำนี้เพิ่มความไม่แน่นอนและตั้งคำถามว่าฝ่ายบริหารรู้เรื่องอะไรบ้าง

    การจากไปของ CEO เป็นเหตุการณ์ใหม่ที่ซ้ำเติมวิกฤตและส่งสัญญาณถึงปัญหาภายในที่อาจเกิดขึ้น

  • กำหนดเส้นตายของนักลงทุนใกล้เข้ามา นักลงทุนมีเวลาถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2026 ในการยื่นขอเป็นโจทก์หลักในคดีความแบบกลุ่มนี้ สิ่งนี้ทำให้คดีความยังอยู่ในความสนใจและอาจกดดันราคาหุ้นเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตาย

    กำหนดเส้นตายที่กำลังจะมาถึงเป็นขั้นตอนใหม่ทางกระบวนการที่ทำให้คดีความยังคงเป็นแรงกดดันและอาจกระตุ้นให้เกิดการขายเพิ่มเติม

มิถุนายน 2026
▼4

Verra Mobility: การสูญเสีย Avis จุดชนวนคลื่นคดีความและการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร

  • คดีความแบบกลุ่มด้านหลักทรัพย์ บริษัทกฎหมายหลายแห่งได้ยื่นฟ้องคดีความแบบกลุ่มด้านหลักทรัพย์ต่อ Verra Mobility โดยกล่าวหาว่าบริษัทให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดแก่นักลงทุนเกี่ยวกับความมั่นคงของสัญญากับ Avis ความเสี่ยงทางกฎหมายนี้อาจนำไปสู่บทลงโทษทางการเงินและความเสียหายต่อชื่อเสียง ซึ่งกดดันราคาหุ้น

    คดีความแบบกลุ่มนี้เป็นพัฒนาการทางกฎหมายใหม่ที่สำคัญ ซึ่งคุกคามการเงินของ Verra และความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยตรง

  • การยกเลิกสัญญากับ Avis Avis Budget Group ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ Verra ได้ยกเลิกสัญญามีผลตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 คาดว่าจะทำให้รายได้ต่อปีลดลง 135–145 ล้านดอลลาร์ และกำไรลดลง 120–125 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Verra ต้องปรับลดแนวโน้มปี 2026

    การสูญเสียลูกค้ารายใหญ่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หุ้นดิ่งลง 70% และยังคงเป็นปัจจัยลบหลัก

  • การลาออกของ CEO CEO David Roberts ลาออกอย่างกระทันหันเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 เพียงไม่กี่วันหลังจากข่าว Avis เปิดเผย คณะกรรมการได้แต่งตั้ง CEO ชั่วคราว ช่องว่างความเป็นผู้นำนี้เพิ่มความไม่แน่นอนและตั้งคำถามว่าฝ่ายบริหารรู้เรื่องอะไรบ้าง

    การจากไปของ CEO เป็นเหตุการณ์ใหม่ที่ซ้ำเติมวิกฤตและส่งสัญญาณถึงปัญหาภายในที่อาจเกิดขึ้น

  • กำหนดเส้นตายของนักลงทุนใกล้เข้ามา นักลงทุนมีเวลาถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2026 ในการยื่นขอเป็นโจทก์หลักในคดีความแบบกลุ่มนี้ สิ่งนี้ทำให้คดีความยังอยู่ในความสนใจและอาจกดดันราคาหุ้นเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตาย

    กำหนดเส้นตายที่กำลังจะมาถึงเป็นขั้นตอนใหม่ทางกระบวนการที่ทำให้คดีความยังคงเป็นแรงกดดันและอาจกระตุ้นให้เกิดการขายเพิ่มเติม

▼4

Verra Mobility: การสูญเสีย Avis จุดชนวนคลื่นคดีความและการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร

  • คดีความแบบกลุ่มด้านหลักทรัพย์ บริษัทกฎหมายหลายแห่งได้ยื่นฟ้องคดีความแบบกลุ่มด้านหลักทรัพย์ต่อ Verra Mobility โดยกล่าวหาว่าบริษัทให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดแก่นักลงทุนเกี่ยวกับความมั่นคงของสัญญากับ Avis ความเสี่ยงทางกฎหมายนี้อาจนำไปสู่บทลงโทษทางการเงินและความเสียหายต่อชื่อเสียง ซึ่งกดดันราคาหุ้น

    คดีความแบบกลุ่มนี้เป็นพัฒนาการทางกฎหมายใหม่ที่สำคัญ ซึ่งคุกคามการเงินของ Verra และความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยตรง

  • การยกเลิกสัญญากับ Avis Avis Budget Group ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ Verra ได้ยกเลิกสัญญามีผลตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 คาดว่าจะทำให้รายได้ต่อปีลดลง 135–145 ล้านดอลลาร์ และกำไรลดลง 120–125 ล้านดอลลาร์ ทำให้ Verra ต้องปรับลดแนวโน้มปี 2026

    การสูญเสียลูกค้ารายใหญ่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หุ้นดิ่งลง 70% และยังคงเป็นปัจจัยลบหลัก

  • การลาออกของ CEO CEO David Roberts ลาออกอย่างกระทันหันเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 เพียงไม่กี่วันหลังจากข่าว Avis เปิดเผย คณะกรรมการได้แต่งตั้ง CEO ชั่วคราว ช่องว่างความเป็นผู้นำนี้เพิ่มความไม่แน่นอนและตั้งคำถามว่าฝ่ายบริหารรู้เรื่องอะไรบ้าง

    การจากไปของ CEO เป็นเหตุการณ์ใหม่ที่ซ้ำเติมวิกฤตและส่งสัญญาณถึงปัญหาภายในที่อาจเกิดขึ้น

  • กำหนดเส้นตายของนักลงทุนใกล้เข้ามา นักลงทุนมีเวลาถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2026 ในการยื่นขอเป็นโจทก์หลักในคดีความแบบกลุ่มนี้ สิ่งนี้ทำให้คดีความยังอยู่ในความสนใจและอาจกดดันราคาหุ้นเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตาย

    กำหนดเส้นตายที่กำลังจะมาถึงเป็นขั้นตอนใหม่ทางกระบวนการที่ทำให้คดีความยังคงเป็นแรงกดดันและอาจกระตุ้นให้เกิดการขายเพิ่มเติม

Leidos Holdings Inc (LDOS)

Q3 2026
▲2▼2

Leidos ชนะสัญญาใหญ่ แต่กำไรลดลง กดดันราคาหุ้น

  • ชนะสัญญาใหญ่หนุน backlog Leidos ได้สัญญาไซเบอร์กองทัพบกมูลค่า $301 ล้าน และสัญญาเครือข่ายกองทัพเรือแบบใช้สิทธิ์ปีถัดไปมูลค่า $875 ล้าน รวมถึงงานเซ็นเซอร์ป้องกันขีปนาวุธ ทำให้ backlog และความชัดเจนของรายได้ในอนาคตเพิ่มขึ้น

    การชนะสัญญาขนาดใหญ่เหล่านี้เป็นเรื่องใหม่และสนับสนุนการเติบโตในอนาคตโดยตรง เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อราคาหุ้น

  • ขยายงาน AI และไซเบอร์ Leidos เปิดตัวแพลตฟอร์มไซเบอร์ Parcata AI สาธิตการตรวจจับไซเบอร์ทางยุทธวิธี และจับมือกับ Mechanical Orchard, DHL และ CoreWeave เพื่อขยายฐานงาน AI และงานด้านกลาโหมของรัฐบาลกลาง

    โครงการใหม่เหล่านี้แสดงว่า Leidos กำลังรุกในเทคโนโลยีที่เติบโตสูง ซึ่งอาจขับเคลื่อนรายได้ในอนาคตและความเชื่อมั่นของนักลงทุน

  • กำไรลดลงแม้รายได้เพิ่ม กำไรไตรมาส 2 ลดลงเหลือ $354 ล้าน จาก $391 ล้าน แม้รายได้เติบโต 7.2% เป็น $4.56 พันล้าน สะท้อนแรงกดดันด้าน margin ที่ฉุดราคาหุ้น

    นี่เป็นผลประกอบการเชิงลบใหม่ที่กดดันราคาหุ้นโดยตรงในช่วงเวลานี้

  • งาน CoreWeave ขึ้นกับดีลในอนาคต ความร่วมมือกับ CoreWeave ยังต้องรอข้อตกลงในอนาคตและเงินทุนจากรัฐบาลกลาง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนที่ลดทอนผลบวกจากการขยายงาน AI

    เงื่อนไขนี้เป็นความเสี่ยงใหม่ที่อาจจำกัดประโยชน์จากความร่วมมือ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

สิงหาคม 2026
▲3▼1

Leidos กวาดสัญญาด้านกลาโหมและกองทัพเรือ ขณะที่กำไรลดลง

  • งานเซ็นเซอร์ป้องกันขีปนาวุธขยายตัว Leidos ได้รับเลือกให้จัดหาเซ็นเซอร์อินฟราเรดสำหรับดาวเทียมติดตามขีปนาวุธ 18 ดวง ต่อยอดจากเพย์โหลดรุ่นก่อนที่โคจรอยู่แล้ว งานเพย์โหลดดาวเทียมที่มากขึ้นหมายถึงรายได้ที่มากขึ้นจากด้านกลาโหมที่เติบโตเร็ว ซึ่งหนุนราคาหุ้น

    การได้สัญญาใหม่ที่เพิ่มความต้องการและแสดงบทบาทของ Leidos ในด้านป้องกันขีปนาวุธ

  • ความร่วมมือคลาวด์ AI สำหรับงานลับ Leidos จับมือกับ CoreWeave สร้างบริการคลาวด์ AI ที่ปลอดภัยสำหรับหน่วยข่าวกรองและกลาโหมสหรัฐฯ รองรับงานลับ เปิดพื้นที่เติบโตใหม่ด้าน AI สำหรับภาครัฐ ซึ่งเป็นบวกต่อรายได้ในอนาคต

    ความร่วมมือใหม่ที่ชี้ไปยังแหล่งความต้องการใหม่

  • กำไรไตรมาส 2 ลดลงแม้ยอดขายเพิ่ม กำไรไตรมาส 2 ลดลงเหลือ 354 ล้านดอลลาร์ จาก 391 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน แม้รายได้เพิ่มขึ้น 7.2% เป็น 4.56 พันล้านดอลลาร์ กำไรที่ลดลงกดดันราคาหุ้น แม้บริษัทยังคงเป้ารายได้ทั้งปีที่ 1.82-1.84 หมื่นล้านดอลลาร์

    ผลประกอบการใหม่ที่แสดงถึงปัจจัยถ่วงที่แท้จริงต่อการได้สัญญา

  • สัญญาไซเบอร์กองทัพบกและเครือข่ายกองทัพเรือเพิ่มงานในมือ Leidos ได้สัญญาป้องกันไซเบอร์ของกองทัพบกมูลค่า 301 ล้านดอลลาร์ และต่ออายุออปชันเครือข่ายกองทัพเรือมูลค่า 875 ล้านดอลลาร์ รักษาการเชื่อมต่อบุคลากรกว่า 650,000 คน สัญญาเหล่านี้ต่อยอดความสัมพันธ์สำคัญและเพิ่มความชัดเจนของรายได้ หนุนราคาหุ้น

    การได้สัญญาใหม่ที่เพิ่มงานในมือและความต้องการโดยตรง

ล่าสุด
▲3▼1

Leidos กวาดสัญญาด้านกลาโหมและกองทัพเรือ ขณะที่กำไรลดลง

  • งานเซ็นเซอร์ป้องกันขีปนาวุธขยายตัว Leidos ได้รับเลือกให้จัดหาเซ็นเซอร์อินฟราเรดสำหรับดาวเทียมติดตามขีปนาวุธ 18 ดวง ต่อยอดจากเพย์โหลดรุ่นก่อนที่โคจรอยู่แล้ว งานเพย์โหลดดาวเทียมที่มากขึ้นหมายถึงรายได้ที่มากขึ้นจากด้านกลาโหมที่เติบโตเร็ว ซึ่งหนุนราคาหุ้น

    การได้สัญญาใหม่ที่เพิ่มความต้องการและแสดงบทบาทของ Leidos ในด้านป้องกันขีปนาวุธ

  • ความร่วมมือคลาวด์ AI สำหรับงานลับ Leidos จับมือกับ CoreWeave สร้างบริการคลาวด์ AI ที่ปลอดภัยสำหรับหน่วยข่าวกรองและกลาโหมสหรัฐฯ รองรับงานลับ เปิดพื้นที่เติบโตใหม่ด้าน AI สำหรับภาครัฐ ซึ่งเป็นบวกต่อรายได้ในอนาคต

    ความร่วมมือใหม่ที่ชี้ไปยังแหล่งความต้องการใหม่

  • กำไรไตรมาส 2 ลดลงแม้ยอดขายเพิ่ม กำไรไตรมาส 2 ลดลงเหลือ 354 ล้านดอลลาร์ จาก 391 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน แม้รายได้เพิ่มขึ้น 7.2% เป็น 4.56 พันล้านดอลลาร์ กำไรที่ลดลงกดดันราคาหุ้น แม้บริษัทยังคงเป้ารายได้ทั้งปีที่ 1.82-1.84 หมื่นล้านดอลลาร์

    ผลประกอบการใหม่ที่แสดงถึงปัจจัยถ่วงที่แท้จริงต่อการได้สัญญา

  • สัญญาไซเบอร์กองทัพบกและเครือข่ายกองทัพเรือเพิ่มงานในมือ Leidos ได้สัญญาป้องกันไซเบอร์ของกองทัพบกมูลค่า 301 ล้านดอลลาร์ และต่ออายุออปชันเครือข่ายกองทัพเรือมูลค่า 875 ล้านดอลลาร์ รักษาการเชื่อมต่อบุคลากรกว่า 650,000 คน สัญญาเหล่านี้ต่อยอดความสัมพันธ์สำคัญและเพิ่มความชัดเจนของรายได้ หนุนราคาหุ้น

    การได้สัญญาใหม่ที่เพิ่มงานในมือและความต้องการโดยตรง

กรกฎาคม 2026
▲5

Leidos ขยาย AI ภาครัฐและการขนส่งโลจิสติกส์ด้านกลาโหมด้วยพันธมิตรใหม่

  • พันธมิตรปรับปรุงเมนเฟรมให้ทันสมัย Leidos จับมือกับ Mechanical Orchard เพื่อนำแพลตฟอร์ม Imogen มาให้หน่วยงานภาครัฐ ช่วยปรับปรุงระบบเมนเฟรมเก่าให้ทันสมัย ซึ่งจะขยายบริการของ Leidos และอาจนำไปสู่สัญญาใหม่ ๆ ช่วยหนุนรายได้และราคาหุ้นให้สูงขึ้น

    พันธมิตรใหม่ขยายธุรกิจปรับปรุง IT ภาครัฐของ Leidos ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่มีศักยภาพ

  • พันธมิตรโลจิสติกส์กลาโหมสหราชอาณาจักรกับ DHL Leidos และ DHL จัดตั้งพันธมิตรเพื่อประมูลสัญญา Future Defence Support Services ของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร หากชนะสัญญาโลจิสติกส์ขนาดใหญ่นี้ จะเพิ่มรายได้ระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญและเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานกลาโหมระหว่างประเทศของ Leidos ผลักดันราคาหุ้นขึ้น

    พันธมิตรใหม่เล็งสัญญากลาโหมสหราชอาณาจักรขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคตที่ชัดเจน

  • สาธิตการตรวจจับไซเบอร์ทางยุทธวิธี Leidos สาธิตระบบตรวจจับไซเบอร์ CRS ได้สำเร็จในการฝึกทางทหาร Valiant Shield ซึ่งแสดงขีดความสามารถใหม่ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์สำหรับกองทัพ อาจดึงดูดสัญญากลาโหมในอนาคตและเสริมชื่อเสียงของ Leidos ด้านสงครามไซเบอร์

    การสาธิตเทคโนโลยีใหม่ตอกย้ำ offerings ด้านไซเบอร์ของ Leidos ซึ่งอาจนำไปสู่ธุรกิจใหม่

  • เปิดตัวแพลตฟอร์มความมั่นคงไซเบอร์ AI Parcata Leidos เปิดตัว Parcata แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งตรวจจับและแพตช์ช่องโหว่ไซเบอร์โดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้กลยุทธ์ NorthStar 2030 นี้อาจเปิดช่องทางรายได้ใหม่และวางตำแหน่ง Leidos เป็นผู้นำด้านความมั่นคงไซเบอร์ AI

    การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่บ่งชี้ถึงนวัตกรรมและศักยภาพการเติบโตของรายได้ในอนาคต

  • พันธมิตร CoreWeave สำหรับ AI ลับ Leidos จับมือกับ CoreWeave เพื่อให้บริการคลาวด์ AI ที่ปลอดภัยสำหรับหน่วยข่าวกรองและกลาโหมสหรัฐฯ Leidos จะนำด้านการผสานภารกิจและความปลอดภัย ขยายโอกาสรับสัญญาภาครัฐด้าน AI งานนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในอนาคตและเงินทุนจากรัฐบาลกลาง

    พันธมิตรใหม่เปิดโอกาสเข้าถึงงาน AI ลับที่เติบโตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ระยะยาวที่มีศักยภาพ

▲5

Leidos ขยาย AI ภาครัฐและการขนส่งโลจิสติกส์ด้านกลาโหมด้วยพันธมิตรใหม่

  • พันธมิตรปรับปรุงเมนเฟรมให้ทันสมัย Leidos จับมือกับ Mechanical Orchard เพื่อนำแพลตฟอร์ม Imogen มาให้หน่วยงานภาครัฐ ช่วยปรับปรุงระบบเมนเฟรมเก่าให้ทันสมัย ซึ่งจะขยายบริการของ Leidos และอาจนำไปสู่สัญญาใหม่ ๆ ช่วยหนุนรายได้และราคาหุ้นให้สูงขึ้น

    พันธมิตรใหม่ขยายธุรกิจปรับปรุง IT ภาครัฐของ Leidos ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่มีศักยภาพ

  • พันธมิตรโลจิสติกส์กลาโหมสหราชอาณาจักรกับ DHL Leidos และ DHL จัดตั้งพันธมิตรเพื่อประมูลสัญญา Future Defence Support Services ของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร หากชนะสัญญาโลจิสติกส์ขนาดใหญ่นี้ จะเพิ่มรายได้ระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญและเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานกลาโหมระหว่างประเทศของ Leidos ผลักดันราคาหุ้นขึ้น

    พันธมิตรใหม่เล็งสัญญากลาโหมสหราชอาณาจักรขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคตที่ชัดเจน

  • สาธิตการตรวจจับไซเบอร์ทางยุทธวิธี Leidos สาธิตระบบตรวจจับไซเบอร์ CRS ได้สำเร็จในการฝึกทางทหาร Valiant Shield ซึ่งแสดงขีดความสามารถใหม่ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์สำหรับกองทัพ อาจดึงดูดสัญญากลาโหมในอนาคตและเสริมชื่อเสียงของ Leidos ด้านสงครามไซเบอร์

    การสาธิตเทคโนโลยีใหม่ตอกย้ำ offerings ด้านไซเบอร์ของ Leidos ซึ่งอาจนำไปสู่ธุรกิจใหม่

  • เปิดตัวแพลตฟอร์มความมั่นคงไซเบอร์ AI Parcata Leidos เปิดตัว Parcata แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งตรวจจับและแพตช์ช่องโหว่ไซเบอร์โดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้กลยุทธ์ NorthStar 2030 นี้อาจเปิดช่องทางรายได้ใหม่และวางตำแหน่ง Leidos เป็นผู้นำด้านความมั่นคงไซเบอร์ AI

    การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่บ่งชี้ถึงนวัตกรรมและศักยภาพการเติบโตของรายได้ในอนาคต

  • พันธมิตร CoreWeave สำหรับ AI ลับ Leidos จับมือกับ CoreWeave เพื่อให้บริการคลาวด์ AI ที่ปลอดภัยสำหรับหน่วยข่าวกรองและกลาโหมสหรัฐฯ Leidos จะนำด้านการผสานภารกิจและความปลอดภัย ขยายโอกาสรับสัญญาภาครัฐด้าน AI งานนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในอนาคตและเงินทุนจากรัฐบาลกลาง

    พันธมิตรใหม่เปิดโอกาสเข้าถึงงาน AI ลับที่เติบโตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ระยะยาวที่มีศักยภาพ

Q2 2026
▲3▼1

Leidos เสียสัญญาด้านสุขภาพหลัก แต่ชนะงานด้านกลาโหมและอวกาศใหม่

  • Defense Health Agency วางแผนแทนที่ Leidos ใน MHS GENESIS Defense Health Agency มีแผนจะแทนที่ Leidos ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักด้านการบูรณาการระบบ MHS GENESIS ซึ่งเป็นโปรแกรมบันทึกสุขภาพทางทหาร สิ่งนี้คุกคามรายได้หลักระยะหลายปีและทำให้เกิดการปรับลดอันดับจากนักวิเคราะห์ กดดันราคาหุ้นขณะที่นักลงทุนประเมินอัตรากำไรและการเติบโตในอนาคตใหม่

    นี่เป็นปัจจัยลบใหม่ที่ใหญ่ที่สุด กระทบโดยตรงต่อแนวโน้มรายได้และกำไรของ Leidos

  • Leidos ชนะสี่รางวัล Evolve จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ Leidos ได้รับสี่รางวัลภายใต้สัญญา Evolve มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อปรับปรุงระบบไอทีสำหรับนักการทูตทั่วโลก สิ่งนี้เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ขนาดใหญ่ระยะหลายปี ช่วยชดเชยการสูญเสียงานด้านบันทึกสุขภาพและสนับสนุนการเติบโตในอนาคต

    นี่เป็นการชนะสัญญาใหม่ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ถ่วงดุลกับข่าวลบด้านโปรแกรมสุขภาพ

  • Leidos ติดตั้ง Joint Management Tool ร่วมกับ DISA และ Space Command Leidos ได้ติดตั้ง Joint Management Tool บนคลาวด์ร่วมกับ DISA และ U.S. Space Command ทำให้หน่วยบัญชาการรบมองเห็นการสื่อสารผ่านดาวเทียมได้แบบเรียลไทม์ สิ่งนี้แสดงให้เห็นความสามารถด้านซอฟต์แวร์และการปรับปรุงระบบกลาโหมของ Leidos ตอกย้ำความเกี่ยวข้องในงานด้านการสื่อสารทางทหารที่มีการเติบโตสูง

    แสดงให้เห็นจุดแข็งของ Leidos ในงานกลาโหมที่เน้นซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่ออุปสงค์ในอนาคต

  • Leidos พัฒนาต้นแบบเซลล์เชื้อเพลิงแบบสร้างใหม่ของ DARPA Leidos ได้สาธิตเซลล์เชื้อเพลิงแบบสร้างใหม่ที่ใช้งานได้ภายใต้โปรแกรม ExCURSion ของ DARPA โดยสามารถวนรอบได้ถึง 1,000 ครั้ง สิ่งนี้ทำให้ Leidos อยู่ในตำแหน่งเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานล้ำสมัยสำหรับกองทัพ ซึ่งอาจเปิดโอกาสรายได้ระยะยาวใหม่และเสริมชื่อเสียงด้านนวัตกรรม

    เน้นจุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนาของ Leidos และศักยภาพสำหรับสัญญาในอนาคตในพื้นที่เทคโนโลยีใหม่

มิถุนายน 2026
▲3▼1

Leidos เสียสัญญาด้านสุขภาพหลัก แต่ชนะงานด้านกลาโหมและอวกาศใหม่

  • Defense Health Agency วางแผนแทนที่ Leidos ใน MHS GENESIS Defense Health Agency มีแผนจะแทนที่ Leidos ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักด้านการบูรณาการระบบ MHS GENESIS ซึ่งเป็นโปรแกรมบันทึกสุขภาพทางทหาร สิ่งนี้คุกคามรายได้หลักระยะหลายปีและทำให้เกิดการปรับลดอันดับจากนักวิเคราะห์ กดดันราคาหุ้นขณะที่นักลงทุนประเมินอัตรากำไรและการเติบโตในอนาคตใหม่

    นี่เป็นปัจจัยลบใหม่ที่ใหญ่ที่สุด กระทบโดยตรงต่อแนวโน้มรายได้และกำไรของ Leidos

  • Leidos ชนะสี่รางวัล Evolve จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ Leidos ได้รับสี่รางวัลภายใต้สัญญา Evolve มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อปรับปรุงระบบไอทีสำหรับนักการทูตทั่วโลก สิ่งนี้เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ขนาดใหญ่ระยะหลายปี ช่วยชดเชยการสูญเสียงานด้านบันทึกสุขภาพและสนับสนุนการเติบโตในอนาคต

    นี่เป็นการชนะสัญญาใหม่ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ถ่วงดุลกับข่าวลบด้านโปรแกรมสุขภาพ

  • Leidos ติดตั้ง Joint Management Tool ร่วมกับ DISA และ Space Command Leidos ได้ติดตั้ง Joint Management Tool บนคลาวด์ร่วมกับ DISA และ U.S. Space Command ทำให้หน่วยบัญชาการรบมองเห็นการสื่อสารผ่านดาวเทียมได้แบบเรียลไทม์ สิ่งนี้แสดงให้เห็นความสามารถด้านซอฟต์แวร์และการปรับปรุงระบบกลาโหมของ Leidos ตอกย้ำความเกี่ยวข้องในงานด้านการสื่อสารทางทหารที่มีการเติบโตสูง

    แสดงให้เห็นจุดแข็งของ Leidos ในงานกลาโหมที่เน้นซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่ออุปสงค์ในอนาคต

  • Leidos พัฒนาต้นแบบเซลล์เชื้อเพลิงแบบสร้างใหม่ของ DARPA Leidos ได้สาธิตเซลล์เชื้อเพลิงแบบสร้างใหม่ที่ใช้งานได้ภายใต้โปรแกรม ExCURSion ของ DARPA โดยสามารถวนรอบได้ถึง 1,000 ครั้ง สิ่งนี้ทำให้ Leidos อยู่ในตำแหน่งเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานล้ำสมัยสำหรับกองทัพ ซึ่งอาจเปิดโอกาสรายได้ระยะยาวใหม่และเสริมชื่อเสียงด้านนวัตกรรม

    เน้นจุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนาของ Leidos และศักยภาพสำหรับสัญญาในอนาคตในพื้นที่เทคโนโลยีใหม่

▲3▼1

Leidos เสียสัญญาด้านสุขภาพหลัก แต่ชนะงานด้านกลาโหมและอวกาศใหม่

  • Defense Health Agency วางแผนแทนที่ Leidos ใน MHS GENESIS Defense Health Agency มีแผนจะแทนที่ Leidos ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักด้านการบูรณาการระบบ MHS GENESIS ซึ่งเป็นโปรแกรมบันทึกสุขภาพทางทหาร สิ่งนี้คุกคามรายได้หลักระยะหลายปีและทำให้เกิดการปรับลดอันดับจากนักวิเคราะห์ กดดันราคาหุ้นขณะที่นักลงทุนประเมินอัตรากำไรและการเติบโตในอนาคตใหม่

    นี่เป็นปัจจัยลบใหม่ที่ใหญ่ที่สุด กระทบโดยตรงต่อแนวโน้มรายได้และกำไรของ Leidos

  • Leidos ชนะสี่รางวัล Evolve จากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ Leidos ได้รับสี่รางวัลภายใต้สัญญา Evolve มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อปรับปรุงระบบไอทีสำหรับนักการทูตทั่วโลก สิ่งนี้เพิ่มโอกาสรายได้ใหม่ขนาดใหญ่ระยะหลายปี ช่วยชดเชยการสูญเสียงานด้านบันทึกสุขภาพและสนับสนุนการเติบโตในอนาคต

    นี่เป็นการชนะสัญญาใหม่ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ถ่วงดุลกับข่าวลบด้านโปรแกรมสุขภาพ

  • Leidos ติดตั้ง Joint Management Tool ร่วมกับ DISA และ Space Command Leidos ได้ติดตั้ง Joint Management Tool บนคลาวด์ร่วมกับ DISA และ U.S. Space Command ทำให้หน่วยบัญชาการรบมองเห็นการสื่อสารผ่านดาวเทียมได้แบบเรียลไทม์ สิ่งนี้แสดงให้เห็นความสามารถด้านซอฟต์แวร์และการปรับปรุงระบบกลาโหมของ Leidos ตอกย้ำความเกี่ยวข้องในงานด้านการสื่อสารทางทหารที่มีการเติบโตสูง

    แสดงให้เห็นจุดแข็งของ Leidos ในงานกลาโหมที่เน้นซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่ออุปสงค์ในอนาคต

  • Leidos พัฒนาต้นแบบเซลล์เชื้อเพลิงแบบสร้างใหม่ของ DARPA Leidos ได้สาธิตเซลล์เชื้อเพลิงแบบสร้างใหม่ที่ใช้งานได้ภายใต้โปรแกรม ExCURSion ของ DARPA โดยสามารถวนรอบได้ถึง 1,000 ครั้ง สิ่งนี้ทำให้ Leidos อยู่ในตำแหน่งเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานล้ำสมัยสำหรับกองทัพ ซึ่งอาจเปิดโอกาสรายได้ระยะยาวใหม่และเสริมชื่อเสียงด้านนวัตกรรม

    เน้นจุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนาของ Leidos และศักยภาพสำหรับสัญญาในอนาคตในพื้นที่เทคโนโลยีใหม่