← ภาพรวม Ramkhamhaeng Hospital

Ramkhamhaeng Hospital vs Bangkok Chain Hospital: ทำไมราคาถึงขยับต่างกัน

สรุปจากข่าวทุกสัปดาห์ · เดือน · ไตรมาส เทียบกันตามช่วงเวลา

Ramkhamhaeng Hospital Public Company Limited (RAM.BK)

Bangkok Chain Hospital Public Company Limited (BCH.BK)

Q3 2026
▲2▼2

BCH ผสมผสาน: ความหวังขึ้นค่าธรรมเนียม สปส. กับกำไรที่ลดลงและการแข่งขัน

  • โอกาสขึ้นค่าธรรมเนียม สปส. การขึ้นค่าธรรมเนียมสำนักงานประกันสังคมราว 5% จากปี 2027 อาจช่วยเพิ่มกำไรอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้ป่วย สปส. คิดเป็น 38% ของรายได้ นี่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรในอนาคตที่สำคัญ

    ชี้ให้เห็นปัจจัยบวกสำคัญต่อกำไรในอนาคต

  • อุปสงค์จากน้ำท่วมและโบรกเกอร์ปรับเพิ่มคำแนะนำ อุปสงค์ผู้ป่วยจากสถานการณ์น้ำท่วมและโบรกเกอร์ปรับเพิ่มคำแนะนำพร้อมราคาเป้าหมาย 12–13 บาท ช่วยหนุนหุ้น รายได้เดือนกรกฎาคม/สิงหาคมเติบโต 7–9% และกำไรหลักไตรมาส 2 ดีกว่าคาด

    สะท้อนผลการดำเนินงานและบรรยากาศตลาดเชิงบวกล่าสุด

  • กำไรไตรมาส 2 ลดลง กำไรสุทธิไตรมาส 2/26 ลดลง 11.6% จากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น โดยรายได้ผู้ป่วยนอกลดลง 6.4% ซึ่งทำให้แนวโน้มกำไรและความเชื่อมั่นของนักลงทุนอ่อนแอลง

    ชี้ให้เห็นผลการเงินเชิงลบที่สำคัญ

  • การแข่งขันและการปรับลดคำแนะนำ CGSI ปรับลดคำแนะนำ BCH เป็นขาย โดยเตือนว่าคลินิกโรงพยาบาลรัฐระดับพรีเมียมแห่งใหม่ 16 แห่งจะเพิ่มการแข่งขัน ดันต้นทุนการตลาด และดึงตัวแพทย์ ซึ่งกดดันรายได้จากผู้ป่วยจ่ายเองและประกัน

    ระบุภัยคุกคามจากการแข่งขันที่สำคัญและการปรับลดคำแนะนำของนักวิเคราะห์

สิงหาคม 2026
▲2▼2

BCH: ความหวังขึ้นค่าธรรมเนียม SSO และอุปสงค์จากน้ำท่วมชดเชยกำไร Q2 ที่ลดลง

  • การขึ้นค่าธรรมเนียม SSO ยังคงเดินหน้าต่อแม้บอร์ดล่าช้า Kasikorn กล่าวว่าการล่าช้าสองสัปดาห์ในการเลือกตั้งคณะกรรมการสำนักงานประกันสังคมจะไม่หยุดการขึ้นค่าธรรมเนียมแบบเหมาจ่าย 5% ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 เนื่องจาก SSO คิดเป็น 38% ของรายได้ BCH นี่จึงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญ Kasikorn ให้เรตติ้ง BCH เป็น Buy ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท

    นี่คือปัจจัยบวกใหม่หลักต่อกำไรและราคาหุ้นของ BCH

  • อุปสงค์ผู้ป่วยจากน้ำท่วมหนุนโรงพยาบาล Asia Plus และ InnovestX ระบุว่า BCH เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ได้ประโยชน์จากอุปสงค์ระยะสั้นในช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ เนื่องจากโรคที่มากับน้ำและโรคอื่นๆ เพิ่มขึ้น พวกเขายังมองว่าน้ำท่วมเป็นช่วงสั้นๆ และแนะนำให้ซื้อ BCH เมื่อราคาย่อตัว ซึ่งช่วยหนุนหุ้น

    นี่คือปัจจัยหนุนอุปสงค์ระยะสั้นใหม่ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์น้ำท่วมปัจจุบัน

  • กำไร Q2 ลดลง 11.6% จากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น กำไรสุทธิของ BCH ในไตรมาส 2/26 ลดลง 11.6% เหลือ 343 ล้านบาท เนื่องจากรายได้โรงพยาบาลลดลง 1.3% และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 70.8% รายได้ผู้ป่วยนอกลดลง 6.4% สิ่งนี้แสดงว่าธุรกิจยังคงอ่อนแอในไตรมาสนี้ กดดันราคาหุ้น

    นี่คือผลประกอบการล่าสุดที่แข็งจริงและเป็นตัวถ่วงที่สำคัญต่อข่าวบวก

  • คลินิกพรีเมียมในโรงพยาบาลรัฐคุกคามโรงพยาบาลเอกชนระดับกลาง CGSI ปรับลดอันดับ BCH เป็นขาย โดยเตือนว่าคลินิกพรีเมียมใหม่ 16 แห่งในโรงพยาบาลรัฐจะเพิ่มการแข่งขันด้านราคา ต้นทุนการตลาดสูงขึ้น และดึงแพทย์ออกไป สิ่งนี้กดดันธุรกิจจ่ายเองและประกันของ BCH และ CGSI ได้ปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย

    นี่คือภัยคุกคามจากการแข่งขันใหม่ที่อาจจำกัดอำนาจการตั้งราคาและอัตรากำไรของ BCH

ล่าสุด
▲2▼2

BCH: ความหวังขึ้นค่าธรรมเนียม SSO และอุปสงค์จากน้ำท่วมชดเชยกำไร Q2 ที่ลดลง

  • การขึ้นค่าธรรมเนียม SSO ยังคงเดินหน้าต่อแม้บอร์ดล่าช้า Kasikorn กล่าวว่าการล่าช้าสองสัปดาห์ในการเลือกตั้งคณะกรรมการสำนักงานประกันสังคมจะไม่หยุดการขึ้นค่าธรรมเนียมแบบเหมาจ่าย 5% ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2027 เนื่องจาก SSO คิดเป็น 38% ของรายได้ BCH นี่จึงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญ Kasikorn ให้เรตติ้ง BCH เป็น Buy ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท

    นี่คือปัจจัยบวกใหม่หลักต่อกำไรและราคาหุ้นของ BCH

  • อุปสงค์ผู้ป่วยจากน้ำท่วมหนุนโรงพยาบาล Asia Plus และ InnovestX ระบุว่า BCH เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ได้ประโยชน์จากอุปสงค์ระยะสั้นในช่วงน้ำท่วมกรุงเทพฯ เนื่องจากโรคที่มากับน้ำและโรคอื่นๆ เพิ่มขึ้น พวกเขายังมองว่าน้ำท่วมเป็นช่วงสั้นๆ และแนะนำให้ซื้อ BCH เมื่อราคาย่อตัว ซึ่งช่วยหนุนหุ้น

    นี่คือปัจจัยหนุนอุปสงค์ระยะสั้นใหม่ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์น้ำท่วมปัจจุบัน

  • กำไร Q2 ลดลง 11.6% จากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น กำไรสุทธิของ BCH ในไตรมาส 2/26 ลดลง 11.6% เหลือ 343 ล้านบาท เนื่องจากรายได้โรงพยาบาลลดลง 1.3% และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 70.8% รายได้ผู้ป่วยนอกลดลง 6.4% สิ่งนี้แสดงว่าธุรกิจยังคงอ่อนแอในไตรมาสนี้ กดดันราคาหุ้น

    นี่คือผลประกอบการล่าสุดที่แข็งจริงและเป็นตัวถ่วงที่สำคัญต่อข่าวบวก

  • คลินิกพรีเมียมในโรงพยาบาลรัฐคุกคามโรงพยาบาลเอกชนระดับกลาง CGSI ปรับลดอันดับ BCH เป็นขาย โดยเตือนว่าคลินิกพรีเมียมใหม่ 16 แห่งในโรงพยาบาลรัฐจะเพิ่มการแข่งขันด้านราคา ต้นทุนการตลาดสูงขึ้น และดึงแพทย์ออกไป สิ่งนี้กดดันธุรกิจจ่ายเองและประกันของ BCH และ CGSI ได้ปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย

    นี่คือภัยคุกคามจากการแข่งขันใหม่ที่อาจจำกัดอำนาจการตั้งราคาและอัตรากำไรของ BCH

กันยายน 2026
▲3

การฟื้นตัวของ BCH ได้แรงหนุนจากโบรกเกอร์ที่กลับมาเป็นบวก

  • การฟื้นตัวของรายได้และกำไร รายได้เดือนกรกฎาคม/สิงหาคมเพิ่มขึ้น 7–9% เมื่อเทียบปีต่อปี และกำไรหลักไตรมาส 2 ดีกว่าที่คาดไว้ 13% แสดงให้เห็นว่าธุรกิจกำลังฟื้นตัวจากไตรมาสที่อ่อนแอ นอกจากนี้ยังมีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.15 บาท

    นี่คือหลักฐานใหม่สำคัญที่แสดงว่าผลการดำเนินงานทางการเงินของ BCH กำลังดีขึ้น ซึ่งสนับสนุนหุ้นโดยตรง

  • โบรกเกอร์ปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมาย Krungsri, KKPS, Asia Plus และ CGSI ต่างปรับเพิ่มหรือปรับขึ้นราคาเป้าหมายเป็น 12–13 บาท โดยอ้างถึงกำไรที่ผ่านจุดต่ำสุด การฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง ผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง และความน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงท่ามกลางการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และค่าเงินบาทที่อ่อนค่า

    การปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายของโบรกเกอร์เป็นปัจจัยใหม่สำคัญที่ขับเคลื่อนความรู้สึกของนักลงทุนและราคาหุ้น

  • การเข้าซื้อกิจการ Ratchavej Ubon การเข้าซื้อกิจการ Ratchavej Ubon เพิ่มรายได้เล็กน้อยประมาณ 400–500k บาทต่อเดือน แม้จะเล็กน้อยแต่ก็มีส่วนช่วยในการเติบโตและแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการขยายธุรกิจของ BCH

    นี่คือการเข้าซื้อกิจการใหม่ที่เพิ่มรายได้ส่วนเพิ่มและสนับสนุนเรื่องราวการเติบโต

▲4

BCH กำไรเกินคาด เงินปันผล และโบรกเกอร์อัปเกรดยกใหญ่

  • กำไรไตรมาส 2 เกินคาดและปันผลระหว่างกาล BCH มีกำไรหลักไตรมาส 2 ที่ 343 ล้านบาท เกินคาด 13% และบริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น กำไรที่เกินคาดบวกกับเงินที่คืนให้ผู้ถือหุ้นช่วยหนุนราคาหุ้นโดยแสดงว่าธุรกิจแข็งแรงกว่าที่คาด

    นี่เป็นเหตุการณ์บวกใหม่ที่ชัดเจนซึ่งเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและความน่าสนใจด้านรายได้โดยตรง

  • ผ่านจุดต่ำสุดของกำไรแล้ว คาดฟื้นครึ่งปีหลัง ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่ากำไรของ BCH ผ่านจุดต่ำสุดแล้วและจะฟื้นในครึ่งปีหลัง โดยได้แรงหนุนจากผู้ป่วยไทยและตะวันออกกลางที่กลับมา และค่าธรรมเนียมประกันสังคมที่อาจปรับขึ้น เส้นทางการฟื้นตัวที่ชัดเจนสามารถดึงดูดผู้ซื้อและดันราคาหุ้นได้

    ความเห็นนักวิเคราะห์ใหม่นี้ให้เหตุผลเชิงมองไปข้างหน้าว่าหุ้นจะขึ้นต่อจากไตรมาสที่ผ่านมา

  • KKPS และ Asia Plus อัปเกรดกลุ่มโรงพยาบาล โดย BCH เป็นหุ้นเด่น KKPS ปรับเพิ่มคำแนะนำกลุ่มโรงพยาบาลเป็น overweight พร้อมราคาเป้าหมาย BCH ที่ 13 บาท และ Asia Plus ยกให้ BCH เป็นหุ้นเด่นพร้อมราคาเป้าหมาย 12 บาท โดยอ้างอิงโรคตามฤดูกาลและค่าธรรมเนียมประกันสังคมที่อาจขึ้น การอัปเกรดและราคาเป้าหมายที่สูงขึ้นดึงดูดนักลงทุน

    การเคลื่อนไหวใหม่ของโบรกเกอร์เหล่านี้เป็นปัจจัยบวกใหม่ที่สามารถดันราคาหุ้นให้สูงขึ้นได้โดยตรง

  • CGSI คาดกำไรไตรมาส 3 โต 11% BCH ได้อานิสงส์ผู้ป่วยตะวันออกกลาง CGSI คาดกำไรกลุ่มโรงพยาบาลไตรมาส 3 เติบโต 11% เมื่อเทียบปีต่อปี โดย BCH ได้ประโยชน์จากผู้ป่วยตะวันออกกลางที่มารักษาซับซ้อนมากขึ้น ทำให้กำไร 9 เดือนคิดเป็น 71% ของประมาณการทั้งปี ส่วนผสมผู้ป่วยที่แข็งแกร่งหนุนกำไรและราคาหุ้น

    ประมาณการใหม่นี้ยืนยันแนวโน้มการฟื้นตัวและชี้จุดแข็งเฉพาะของ BCH ด้านผู้ป่วยต่างชาติ

▲4

BCH ได้อานิสงส์จากรายได้ฟื้นตัว ค่าธรรมเนียมประกันสังคมปรับขึ้น และความต้องการหุ้น defensive

  • รายได้ฟื้นตัวและค่าธรรมเนียมประกันสังคมปรับขึ้นหนุนแนวโน้มกำไร รายได้ด้านการรักษาพยาบาลของ BCH กำลังฟื้นตัว โดยเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 7% และเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 8-9% เมื่อเทียบกับปีก่อน การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการรักษาพยาบาลประกันสังคมที่อาจเกิดขึ้นถือเป็นปัจจัยบวกสำคัญ เพราะ 38% ของรายได้มาจากประกันสังคม ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรและราคาหุ้นให้สูงขึ้น

    นี่คือปัจจัยพื้นฐานใหม่หลักที่ขับเคลื่อนกำไรของ BCH และอธิบายได้โดยตรงว่าทำไมราคาหุ้นจึงปรับตัวขึ้น

  • โบรกเกอร์ปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมาย หลักทรัพย์กรุงศรีแนะนำซื้อ BCH โดยให้ราคาเป้าหมาย 12.00 บาท อ้างอิงจากคาดการณ์รายได้ไตรมาส 3/2569 เติบโต 6-7% และกำไรฟื้นตัว การปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายนี้อาจดึงดูดนักลงทุนและผลักดันราคาหุ้นให้สูงขึ้น

    การปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์มีผลโดยตรงต่อความรู้สึกของนักลงทุนและความต้องการซื้อหุ้น

  • ความต้องการหุ้น defensive ท่ามกลางเฟดขึ้นดอกเบี้ยและค่าเงินบาทอ่อน หลังจากเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% โบรกเกอร์แนะนำหุ้น defensive อย่าง BCH ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า (33.38 บาทต่อดอลลาร์) ยังเป็นผลดีต่อโรงพยาบาลในการดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งช่วยหนุนความต้องการซื้อหุ้น BCH

    นโยบายการเงินและการเคลื่อนไหวของค่าเงินเป็นปัจจัยมหภาคที่ส่งผลต่อความต้องการและอำนาจการตั้งราคาของ BCH

  • การควบรวมกิจการเพิ่มฐานรายได้เล็กน้อย BCH เริ่มรวมโรงพยาบาลราชเวช อุบลราชธานี เข้าบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เพิ่มรายได้ประมาณ 400,000-500,000 บาทต่อเดือน แม้จะยังน้อยในตอนนี้ แต่ช่วยขยายเครือข่ายและหนุนการเติบโตในระยะยาว

    นี่คือการดำเนินการองค์กรใหม่ที่ช่วยเสริมเรื่องราวการเติบโตของ BCH และความเชื่อมั่นของนักลงทุน