boom รถ EV ของ MGC เจอภัยจากภาษี
กำไร Q2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์และปันผลครั้งแรก MGC รายงานกำไรสุทธิ Q2 ที่ 352 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 554% จากปีก่อน เป็นไตรมาสที่ทำสถิติติดต่อกันเป็นครั้งที่ 4 รายได้พุ่ง 83% เป็น 8.68 พันล้านบาท คณะกรรมการอนุมัติปันผลระหว่างกาลครั้งแรก 0.24 บาทต่อหุ้น กำไรที่แข็งแกร่งและการคืนเงินสดหนุนราคาหุ้น
นี่คือหลักฐานล่าสุดที่ชัดเจนว่าธุรกิจหลักของ MGC ยังแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานของมูลค่าหุ้น
ส่งมอบรถ EV เท่ากับทั้งปี 2025 แล้ว ในครึ่งแรกของปี 2026 MGC ส่งมอบรถ XPeng เกือบ 3,700 คัน เท่ากับทั้งปี 2025 ผู้บริหารคาดยอดขายทั้งปีจะเพิ่มเป็นสองเท่า เพราะความต้องการ EV ยังแข็งแกร่งและปัญหาการส่งมอบคลี่คลายลง บริษัทยังขยายศูนย์อะไหล่และบริการรองรับรถราว 7,000 คันบนถนน
ยอดส่งมอบที่พุ่งแรงเป็นเครื่องยนต์หลักของรายได้และกำไร MGC ซึ่งยกระดับแนวโน้มกำไรโดยตรง
ภาษีนำเข้ารถ EV ที่สูงขึ้นอาจกระทบ MGC หนัก กระทรวงการคลังเตรียมขึ้นภาษีนำเข้ารถ EV ที่ไม่มีโรงงานในประเทศ โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีภายในเดือนกันยายน MGC นำเข้า XPeng และ Zeekr และไม่มีโรงงานในไทย จึงต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น หุ้นร่วง 20% จากข่าวนี้ หากผ่านออกมา ราคาขายปลีกอาจเพิ่ม 25-30% กระทบยอดขาย
นี่คือความเสี่ยงใหม่ที่ใหญ่ที่สุดต่อโมเดลธุรกิจของ MGC และอธิบายการร่วงแรงของราคาหุ้นช่วงที่ผ่านมา
โบรกเกอร์มองกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์และเป้า 20.20 บาท หยวนต้า หลักทรัพย์ เริ่มวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำซื้อและเป้าหมาย 20.20 บาท คาดกำไร Q2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 350 ล้านบาท คาดกำไรเกือบสองเท่าในปี 2026 และมอง MGC กำลังเปลี่ยนจากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เป็นผู้จำหน่ายเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยมีอัพไซด์จากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หุ้นซื้อขายเพียง 6.6 เท่าของกำไร พร้อมปันผล 7%
มุมมองบวกและราคาเป้าหมายของโบรกเกอร์รายใหญ่ช่วยให้นักลงทุนมีจุดอ้างอิงมูลค่าที่ชัดเจน และชี้ให้เห็นอัพไซด์ที่ซ่อนอยู่
