ความต้องการ AI และเงินบาทอ่อนดัน KCE แต่ภาษีและต้นทุนกดดัน
ความต้องการ PCB จาก AI และเงินบาทอ่อนหนุนการส่งออก ความต้องการ PCB ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่แข็งแกร่งและเงินบาทไทยที่อ่อนค่าช่วยดันการส่งออก PCB ของไทยเพิ่มขึ้น 82% กำไรไตรมาส 2 ของ KCE พุ่ง 51–52% เป็น 276 ล้านบาท ทำให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมาย 9–10%
นี่คือปัจจัยบวกหลักที่ขับเคลื่อนผลการดำเนินงานของ KCE ในไตรมาสนี้
การเจรจาเรื่องหุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla จุดความสนใจเชิงเก็งกำไร KCE อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อจัดหา PCB สำหรับหุ่นยนต์ Optimus ของ Tesla ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการลงนามข้อตกลง รายได้จาก robotics จึงยังเป็นเพียงการคาดเดาและอาจไม่เกิดขึ้นจริง
นี่คือปัจจัยการเติบโตใหม่ที่อาจเกิดขึ้นซึ่งกระตุ้นความสนใจของนักลงทุน แม้ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ภาษีสหรัฐฯ และต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นกดดันอัตรากำไร มาตรา 301 ของสหรัฐฯ เก็บภาษี 12.5% กับอิเล็กทรอนิกส์ไทย ขณะที่ต้นทุนไฟเบอร์กลาสเพิ่มขึ้น 50–60% และฟอยล์ทองแดง 7–8% ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและภาษีเหล่านี้คุกคามความสามารถในการทำกำไรและความสามารถในการแข่งขันของ KCE
นี่คืออุปสรรคสำคัญที่อาจชดเชยแนวโน้มความต้องการเชิงบวก
การเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกและการขายของนักลงทุนต่างชาติกดดันหุ้น การเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก การแข่งขันจากจีน ภาษีเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้น ความกังวลเรื่องน้ำท่วมในไทย และการขายของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง กดดันหุ้น KCE นักวิเคราะห์แนะนำให้ถือเงินสด 30–40% ท่ามกลางความเสี่ยงเหล่านี้
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเชิงลบและแรงกดดันในการขายหุ้น
