งานซื้อหนี้เสียของ JMT กลับมาคึกคัก ขณะมาตรการกระตุ้นรัฐบาลหนุนความหวังการเก็บหนี้ฟื้น
หนี้เสียกลับเข้าตลาด กำไร Q3/Q4 มีแนวโน้มดีขึ้น ธนาคารเริ่มประมูลขายพอร์ตหนี้เสียอีกครั้งหลังเงียบไปนาน ทำให้ JMT มีโอกาสซื้อเพิ่มขึ้น CEO ระบุว่ากำไร Q3 2026 น่าจะดีกว่า Q2 และอาจตั้งสำรองหนี้เสียลดลงเพราะลูกหนี้จ่ายคืนดีขึ้น อุปทานที่เพิ่มขึ้นหมายถึงรายได้ในอนาคตที่มากขึ้น
นี่คือปัจจัยดำเนินงานใหม่หลัก: ปริมาณหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นป้อนเข้าสู่การซื้อหนี้และการเก็บหนี้ในอนาคตของ JMT โดยตรง
มาตรการกระตุ้นรัฐบาลช่วยให้ลูกหนี้จ่ายไหว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 5.75 หมื่นล้านบาทของไทย รวมถึงการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการคนละครึ่งไทยช่วยไทย พลัส ทำให้มีเงินในมือผู้บริโภค บริษัทหลักทรัพย์ KSS ระบุว่า JMT ได้ประโยชน์ เพราะฐานะการเงินครัวเรือนที่ดีขึ้นทำให้ลูกหนี้มีแนวโน้มจ่ายคืนมากขึ้น หนุนการเก็บหนี้
อธิบายแรงหนุนภายนอกใหม่ที่ช่วยให้อัตราการเก็บหนี้ของ JMT ดีขึ้น และถูกอ้างอิงโดยตรงจากโบรกเกอร์ว่าเป็นเหตุผลในการถือหุ้น
โบรกเกอร์ปรับเป้าเป็น 13 บาท มองไตรมาสที่ดีที่สุดรออยู่ หลักทรัพย์ ASL คงคำแนะนำซื้อและเป้าราคา 13 บาท โดยระบุว่า Q4 2026 อาจเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี เพราะการเก็บหนี้เร่งตัวและปริมาณหนี้เสียเพิ่มขึ้น JMT ยังเพิ่มงบซื้อหนี้เป็น 2 พันล้านบาท ตั้งเป้าพอร์ตใกล้ 6 แสนล้านบาท
แสดงความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์และการเพิ่มงบประมาณที่ชัดเจน ซึ่งบ่งชี้ว่าฝ่ายบริหารคาดว่าจะเติบโต ทั้งสองอย่างหนุนราคาหุ้น
กำไรครึ่งปีแรกอ่อนและ Q2 ที่ลดลงกดดันบรรยากาศ กำไร Q2 2026 ของ JMT ลดลง 5% จากปีก่อน และกำไรครึ่งปีแรกลดลง 15.7% โดยการเก็บหนี้ทรงตัวและหน่วย JK AMC อ่อนแอลง นี่คือตัวถ่วงที่แท้จริง: เรื่องราวการฟื้นตัวต้องพึ่งครึ่งปีหลังว่าจะทำได้จริง
ให้สมดุลอย่างตรงไปตรงมา — ผลประกอบการล่าสุดยังอ่อน ดังนั้นมุมมองบวกยังไม่ได้รับการพิสูจน์