← ภาพรวม Ams

Ams vs Copper Futures: ทำไมราคาถึงขยับต่างกัน

สรุปจากข่าวทุกสัปดาห์ · เดือน · ไตรมาส เทียบกันตามช่วงเวลา

Ams AG (AMS.SW)

Copper Futures (COPPER.COMM)

Q3 2026
▲3▼1

ทองแดงพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากวิกฤตอุปทาน แต่ความเสี่ยงด้านอุปสงค์และภาษีศุลกากรยังคงอยู่

  • วิกฤตอุปทานรุนแรง การลดกำลังการผลิตที่เหมือง Grasberg, Codelco และ BHP รวมถึงปัญหาการหยุดชะงักในชิลีและเปรู และการห้ามส่งออกของ DRC ทำให้อุปทานตึงตัวและดันราคาทองแดงขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ 14,875 ดอลลาร์ต่อตัน

    นี่คือปัจจัยใหม่หลักที่ทำให้ราคาพุ่งในไตรมาส 3

  • ภาษีศุลกากรสหรัฐฯ และการกักตุนสินค้า ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ สร้างส่วนต่างราคาพิเศษสำหรับทองแดงและกระตุ้นให้เกิดการกักตุนสินค้า เพิ่มแรงกดดันให้ราคาสูงขึ้น

    นี่คือปัจจัยใหม่ที่ขับเคลื่อนโดยนโยบายซึ่งสนับสนุนราคา

  • อุปสงค์จาก AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า ความต้องการศูนย์ข้อมูล AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารอย่าง Citi และ Goldman ตั้งเป้าราคาที่ 15,000 ดอลลาร์ต่อตัน

    นี่คือปัจจัยใหม่ด้านอุปสงค์ที่เสริมแรงให้การปรับขึ้น

  • เศรษฐกิจจีนชะลอตัวและความไม่แน่นอนเรื่องภาษี ภาคการผลิตของจีนหดตัวและ GDP ชะลอลงมาอยู่ที่ 4.3% ทำให้อุปสงค์จากผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดอ่อนแอลง ความไม่แน่นอนเรื่องภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ราคาดิ่งลง 5% และเงินเฟ้อที่ร้อนแรงขึ้นทำให้ความกลัวเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed กลับมา ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า

    นี่คือปัจจัยถ่วงหลักใหม่ที่จำกัดการปรับขึ้น

กันยายน 2026
▲3▼1

ทองแดงพุ่งทำสถิติจากวิกฤตอุปทาน แต่ความเสี่ยงจากภาษีและเฟดยังคุกคาม

  • วิกฤตอุปทานรุนแรงขึ้น การห้ามส่งออกแร่ของคองโก ปริมาณผลผลิตชิลีที่ลดลง สต็อกที่เซี่ยงไฮ้ลดลง 85% การระงับการส่งออกกรดซัลฟิวริกของจีน และการปิดเหมืองเอสคอนดิดาหลังอุบัติเหตุถึงชีวิต ล้วนทำให้อุปทานตึงตัว ผลักดันราคาทองแดงขึ้นทำสถิติใกล้ 14,875 ดอลลาร์/ตัน

    อธิบายแรงหนุนหลักที่ทำให้ราคาทำสถิติ

  • อุปสงค์ยังแข็งแกร่งและพรีเมียมนำเข้าสูง ความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI โครงข่ายไฟฟ้า และการก่อสร้างยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่พรีเมียมนำเข้าของจีนแตะระดับสูงสุดในรอบสี่ปี สะท้อนว่าผู้ซื้อพร้อมจ่ายแพงขึ้นสำหรับโลหะที่หายาก

    แสดงว่าอุปสงค์ยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญแม้เศรษฐกิจจีนโดยรวมชะลอตัว

  • ธนาคารยังมองทองแดงเป็นบวก ซิตี้และโกลด์แมนยังคงมองบวก โดยตั้งเป้าไว้ที่ 15,000 ดอลลาร์ เสริมมุมมองเชิงบวกและดึงความสนใจนักลงทุนต่อปัจจัยพื้นฐานที่ตึงตัวของทองแดง

    เน้นการคาดการณ์จากสถาบันที่มีอิทธิพลซึ่งหนุนความรู้สึกตลาด

  • ความไม่แน่นอนเรื่องภาษีและความกังวลเฟดกดราคา ความไม่แน่นอนเรื่องภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ราคาดิ่งลง 5% และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ร้อนแรงขึ้นปลุกความกังวลว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย หนุนดอลลาร์และกดดันอุปสงค์ ทั้งสองธนาคารเตือนว่าอาจมีการย่อตัวในระยะสั้นหากความไม่แน่นอนเรื่องภาษียังคงอยู่

    เป็นปัจจัยถ่วงหลักที่ทำให้ราคาเปราะบางแม้ปัจจัยพื้นฐานยังหนุนอยู่

ล่าสุด
▲3▼1

ทองแดงผันผวนจาก Fed อุปสงค์จีน และอุปทาน Escondida สะดุด

  • เงินเฟ้อสหรัฐฯ และความกังวลเรื่อง Fed ขึ้นดอกเบี้ย เงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้โอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าและทำให้ทองแดงมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ ทองแดงร่วง 0.3% เมื่อวันที่ 14 กันยายน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว กดดันอุปสงค์ทองแดง

    นี่คือแรงกดดันด้านนโยบายการเงินใหม่ที่ฉุดทองแดงลงในครั้งนี้

  • อุปสงค์จีนฟื้นตัว พรีเมียมนำเข้าแตะสูงสุดในรอบ 4 ปี ผู้ซื้อจีนเข้ามาเติมสต็อก ดันพรีเมียมนำเข้าทองแดง Yangshan เพิ่มขึ้น 7% เป็น 118 ดอลลาร์ต่อตัน สูงสุดในรอบเกือบสี่ปี ทองแดง COMEX เพิ่มขึ้น 1.02% เมื่อวันที่ 16 กันยายน สะท้อนว่าอุปสงค์จากผู้บริโภคทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลกกำลังฟื้นตัว

    นี่คือสัญญาณอุปสงค์ใหม่ที่หนุนราคาทองแดงให้สูงขึ้น

  • เหมือง Escondida หยุดเดินเครื่องหลังคนงานเสียชีวิต เหมืองทองแดงที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Escondida ในชิลี ระงับการดำเนินงานทั้งหมดหลังคนงานเสียชีวิต และกำลังกลับมาเดินเครื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้อุปทานตึงตัวมากขึ้น ทองแดง COMEX เพิ่มขึ้น 0.54% เมื่อวันที่ 25 กันยายน โดยนักวิเคราะห์คาดว่าผลผลิตเหมืองทั่วโลกจะลดลงราว 600,000 ตันในปีนี้

    นี่คืออุปสรรคด้านอุปทานใหม่ที่ดันราคาทองแดงขึ้น

  • Citi และ Goldman ยังคงมองทองแดงเป็นบวก Citi ยืนยันเป้าหมาย 15,000 ดอลลาร์ต่อตัน โดยอ้างปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้าง และ Goldman ย้ำคำแนะนำซื้อ Freeport-McMoRan ทองแดงแตะ 14,745 ดอลลาร์ ขณะที่สต็อกในเซี่ยงไฮ้ลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2023 คำแนะนำจากธนาคารเหล่านี้ตอกย้ำความคาดหวังว่าราคาจะสูงขึ้น แม้ทั้งสองแห่งเตือนว่าอาจมีการย่อตัวในระยะสั้นหากความกังวลเรื่องภาษีของสหรัฐฯ ยังคงอยู่

    สิ่งนี้แสดงความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์ต่อแนวโน้มขาขึ้นของทองแดง ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสำหรับนักลงทุน

▲3▼1

ทองแดงพุ่งทำสถิติจากอุปทานตึงตัว แล้วร่วงลงเมื่อความไม่แน่ใจเรื่องภาษีสหรัฐฯ กดดัน

  • อุปทานตึงตัวดันทองแดงขึ้นทำสถิติสูงสุด ทองแดงพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ระดับ $14,875 ต่อตัน เนื่องจากอุปทานตึงตัวมากขึ้น: คองโกห้ามส่งออกแร่ดิบ ผลผลิตชิลีลดลง 9.4% ผลผลิตทองแดงกลั่นของจีนลดลง และสต็อกที่เซี่ยงไฮ้ดิ่งลง 85% นับตั้งแต่เดือนมีนาคม มีโลหะในตลาดน้อยลงจึงดันราคาสูงขึ้น

    นี่คือแรงหนุนใหม่หลักในงวดนี้ที่อธิบายราคาที่ทำสถิติ

  • ความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI และโครงข่ายไฟฟ้ายังเติบโต ราคาที่ทำสถิติยังได้แรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่งของศูนย์ข้อมูล AI การขยายโครงข่ายไฟฟ้า และการก่อสร้าง ดัชนีวัสดุก่อสร้างของไทยพุ่งขึ้น 6.1% โดยสินค้าหมวดไฟฟ้าและประปาเพิ่มขึ้น 12.7% จากราคาทองแดงที่สูงขึ้น ความต้องการที่สม่ำเสมอนี้ช่วยพยุงราคา

    ความต้องการเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาสถิติ และงวดนี้มีหลักฐานใหม่เพิ่มเติม

  • ความไม่แน่ใจเรื่องภาษีสหรัฐฯ ทำให้ราคาร่วงแรง ทองแดงร่วงลงมากถึง 5% หลังมีรายงานว่าทำเนียบขาวอาจไม่เรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงกลั่นหรือแปรรูป ซึ่งพลิกกลับการปรับขึ้นที่เกิดจากภาษี ส่วนต่างราคาจากภาษีเคยดันราคาสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน ทำให้เสี่ยงต่อการปรับลง

    นี่คือแรงกดดันใหม่หลักในงวดนี้ที่อธิบายการพลิกกลับอย่างรุนแรง

  • อุปทานตึงตัวยังคงอยู่แม้ราคาร่วงจากภาษี แม้หลังราคาร่วงจากประเด็นภาษี อุปทานยังตึงตัว: จีนระงับการส่งออกกรดซัลฟิวริกที่โรงถลุงต้องการ Codelco และ Freeport รายงานผลผลิตลดลงสองหลัก และผลผลิตทองแดงทั่วโลกลดลง 1.1% ในครึ่งปีแรก สิ่งนี้ช่วยพยุงราคา

    แสดงว่าอุปทานที่ตึงตัวยังหนุนทองแดงอยู่ เป็นแรงถ่วงดุลที่แท้จริงต่อการเทขายจากประเด็นภาษี

สิงหาคม 2026
▲3▼1

ทองแดงพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากวิกฤตอุปทาน แต่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวกดดัน

  • วิกฤตอุปทานรุนแรง การหยุดชะงักของผลผลิตในชิลี การระงับการดำเนินงานที่ Las Bambas ในเปรู และการห้ามส่งออกของ DRC ทำให้อุปทานตึงตัว สต็อก LME ลดลงติดต่อกัน 42 วัน ราคาพรีเมียมสปอตพุ่งสูง และตลาดพลิกเข้าสู่ภาวะขาดดุล

    นี่คือแรงหนุนใหม่หลักในครั้งนี้ ซึ่งอธิบายการทำสถิติสูงสุด

  • การกักตุนสินค้าจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ กระตุ้นให้เกิดการกักตุนในสหรัฐฯ ดึงสต็อกจากที่อื่นไปหมด สิ่งนี้ขยายความตึงตัวของอุปทานทั่วโลกและดันราคาฟิวเจอร์สสูงขึ้น

    การกักตุนจากภาษีเป็นปัจจัยใหม่ที่เฉพาะเจาะจงในครั้งนี้ เสริมวิกฤตอุปทาน

  • ความต้องการจากระบบไฟฟ้าและ AI การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า การลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า และความต้องการศูนย์ข้อมูล AI ยังคงเป็นแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ปัจจุบันคาดการณ์ว่าราคาทองแดงจะแตะ 15,000 ดอลลาร์ต่อตันภายในต้นปี 2027

    ความต้องการจากภาคส่วนเหล่านี้เป็นแรงสนับสนุนต่อเนื่องที่สำคัญ พร้อมการคาดการณ์ราคาใหม่

  • ความต้องการจากจีนชะลอตัว ภาคการผลิตของจีนหดตัวและ GDP เติบโตช้าลงเหลือ 4.3% ทำให้ความต้องการจากผู้ซื้อทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลกลดลง นี่คือแรงถ่วงที่แท้จริงต่อมุมมองขาขึ้น

    นี่คือแรงกดดันใหม่หลักในครั้งนี้ ซึ่งถ่วงดุลการปรับขึ้นจากอุปทาน

▲3

ทองแดงพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากวิกฤตอุปทานและการกักตุนในสหรัฐฯ จากภาษี

  • วิกฤตอุปทานรุนแรงขึ้นเมื่อเหมืองลดกำลังผลิตและตลาดขาดดุล ชิลีคาดว่าผลผลิตจะลดลง 2.6% ในปีนี้ เหมือง Las Bambas ของเปรูระงับการดำเนินงานหลังเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิต และ Lundin ลดเป้าหมายการผลิตที่ Caserones ลง 10,000 ตัน ICSG รายงานการขาดดุลในเดือนมิถุนายน ยืนยันว่าตลาดขาดแคลนโลหะในขณะนี้ ซึ่งดันราคาสูงขึ้น

    การสูญเสียอุปทานใหม่และการขาดดุลที่ยืนยันแล้วทำให้ตลาดตึงตัวขึ้นโดยตรงและดันราคาทองแดงสูงขึ้น

  • ความกังวลเรื่องภาษีสหรัฐฯ ดึงโลหะเข้าอเมริกา ดูดสต็อกจากที่อื่น เทรดเดอร์รีบนำทองแดงเข้าสหรัฐฯ ก่อนภาษีนำเข้าที่อาจเกิดขึ้น ทำให้มีโลหะเหลือน้อยลงในตลาดอื่น สต็อก LME ลดลงต่อเนื่องขณะที่สต็อกสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุด การแยกนี้ทำให้อุปทานตึงตัวนอกสหรัฐฯ และหนุนราคาโลกให้สูงขึ้น

    การย้ายทองแดงเพราะภาษีเป็นแรงสำคัญที่ดูดสต็อกนอกสหรัฐฯ และดันราคาสูงขึ้น

  • ความต้องการจาก AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้ายังเติบโต เปลี่ยนโฉมการตั้งราคาทองแดง Societe Generale ระบุว่าความต้องการจาก AI เป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาทองแดงแล้ว ANZ คาดการณ์ว่าทองแดงจะแตะสถิติ 15,000 ดอลลาร์ต่อตันภายในต้นปี 2027 โดยอ้างถึงความต้องการรถ EV และพลังงานใหม่ที่แข็งแกร่ง บวกกับอุปทานตึงตัว การเติบโตของความต้องการที่มั่นคงนี้หนุนราคาสูงขึ้น

    มุมมองนักวิเคราะห์ใหม่ชี้ให้เห็นการเติบโตของความต้องการเชิงโครงสร้างที่หนุนราคาทองแดงสูงขึ้น

  • โครงการอุปทานในอนาคตเติบโต แต่ยังอีกหลายปีกว่าจะคลายความตึงตัววันนี้ Southern Copper วางแผนลงทุน 20.5 พันล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มผลผลิตจากเปรูและเม็กซิโก และ BHP กำลังทดสอบวิธีใหม่ในการสกัดทองแดงจากน้ำเหมืองเก่าในแอริโซนา โครงการเหล่านี้อาจเพิ่มโลหะในภายหลัง แต่ไม่เร็วพอที่จะแก้ปัญหาการขาดแคลนปัจจุบัน ผลกระทบระยะสั้นจึงจำกัด

    นี่คือปัจจัยถ่วงดุลหลัก: อุปทานใหม่อาจคลายความตึงตัวได้ในที่สุด แต่ไม่ใช่ตอนนี้

▲2▼1

ทองแดงตึงตัว: ปัญหาซัพพลายขาดแคลนรุนแรงขึ้น ขณะที่อุปสงค์จีนอ่อนตัวลง

  • แรงกดดันด้านซัพพลายรุนแรงขึ้น ราคาทองแดงในตลาด LME ปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่เจ็ดติดต่อกัน ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยพรีเมียมสปอตเมื่อเทียบกับสัญญาสามเดือนแตะ 478 ดอลลาร์ต่อตัน สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 สต็อกลดลงติดต่อกัน 42 วัน เหลือเพียงกว่า 200,000 ตัน ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ความตึงตัวนี้ดันราคาสูงขึ้น

    นี่คือเหตุการณ์ตลาดใหม่หลักของช่วงนี้ แสดงให้เห็นความตึงตัวระยะสั้นอย่างรุนแรงที่ดันราคาทองแดงขึ้นโดยตรง

  • อุปสงค์จาก AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้ายังเติบโต เกาหลีใต้ให้เงินกู้แก่ Glencore 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อจัดหาทองแดงให้บริษัท AI BHP ระบุว่าอุปสงค์ทองแดงจะเพิ่มจาก 34 ล้านตันเป็นกว่า 50 ล้านตันภายในปี 2050 และเตือนว่าอาจขาดแคลนซัพพลายปีละ 10 ล้านตัน ศูนย์ข้อมูล AI แห่งเดียวใช้ทองแดงประมาณ 50,000 ตัน อุปสงค์ที่แข็งแกร่งนี้สนับสนุนราคาที่สูงขึ้น

    แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นใหม่ครั้งสำคัญด้านอุปสงค์ และการขาดดุลเชิงโครงสร้างระยะยาวที่หนุนราคาทองแดงให้สูงขึ้น

  • การชะลอตัวของภาคการผลิตจีนกดดันอุปสงค์ ดัชนีภาคการผลิตอย่างเป็นทางการของจีนลดลงต่ำกว่า 50 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และ GDP ไตรมาสสองเติบโตเพียง 4.3% ช้าที่สุดในรอบกว่าสามปี ราคาทองแดงร่วง 1.7% หลังข่าวนี้ จีนเป็นผู้ซื้อทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลก ดังนั้นการชะลอตัวจึงลดอุปสงค์และฉุดราคาลง

    เป็นแรงลบใหม่หลักของช่วงนี้ แสดงให้เห็นว่าอุปสงค์จีนที่อ่อนแอเป็นตัวถ่วงที่แท้จริงต่อภาวะซัพพลายตึงตัว

  • โครงการเหมืองใหม่เพิ่มซัพพลายในอนาคต Vale อนุมัติโครงการที่เพิ่มกำลังผลิตทองแดง 30,000 ตันต่อปีตั้งแต่ปี 2028 และสหรัฐฯ วางแผนให้เงินกู้ 1 พันล้านดอลลาร์สำหรับเหมืองทองแดง Santa Cruz ของ Ivanhoe ในรัฐแอริโซนา โครงการเหล่านี้เพิ่มซัพพลายในอนาคตซึ่งอาจคลายความตึงตัวได้ แต่ยังต้องรออีกหลายปีและมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับการขาดดุลในปัจจุบัน ผลกระทบระยะสั้นจึงจำกัด

    แสดงให้เห็นถึงแรงถ่วงด้านซัพพลายที่แท้จริงซึ่งอาจทำให้ตลาดผ่อนคลายลงในที่สุด สร้างสมดุลให้กับภาพรวมที่เอียงไปทางบวก

▲4

ทองแดงพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะอุปทานตึงตัวและการเร่งนำเข้าเพื่อเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ ดูดซับโลหะออกจากตลาด

  • ทองแดงพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากอุปทานตึงตัวและความต้องการใช้ไฟฟ้า ทองแดงพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ใกล้ $6.90 ต่อปอนด์ และ LME สูงกว่า $14,000 ต่อตัน อุปทานที่หยุดชะงักในชิลีและคำสั่งห้ามส่งออกทองแดงเข้มข้นจาก DRC ทำให้ปริมาณที่มีอยู่ตึงตัวขึ้น ขณะที่การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าของจีนเพิ่มขึ้น 13% และความต้องการจากศูนย์ข้อมูลยังแข็งแกร่ง นี่คือระดับราคาสูงสุดใหม่ที่ขับเคลื่อนโดยแรงกดดันด้านอุปทานและอุปสงค์ใหม่

    นี่คือเหตุการณ์สำคัญของช่วงนี้: ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ขับเคลื่อนโดยอุปทานที่หยุดชะงักและอุปสงค์ใหม่ ตอบคำถามโดยตรงว่าทำไมทองแดงจึงเคลื่อนไหวตอนนี้

  • DRC ห้ามส่งออกทองแดงและโคบอลต์เข้มข้น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ห้ามส่งออกทองแดงและโคบอลต์เข้มข้น CITIC Securities ระบุว่าอาจทำให้อุปทานทองแดงตึงตัวมากขึ้นและดันราคา LME ไปสู่ $15,000 ต่อตัน คำสั่งห้ามนี้ตัดแหล่งวัตถุดิบออกจากตลาดโลก ทำให้อุปทานตึงตัวและหนุนราคาให้สูงขึ้น

    มาตรการกำกับดูแลด้านอุปทานใหม่ที่ทำให้ปริมาณทองแดงทั่วโลกตึงตัวขึ้นโดยตรง และกำลังขับเคลื่อนราคาอยู่แล้ว

  • การเร่งนำเข้าเพื่อเลี่ยงภาษีสหรัฐฯ ดูดสต็อกทองแดงทั่วโลก การขนส่งทองแดงจำนวนมหาศาลไปยังสหรัฐฯ ก่อนการตัดสินใจเรื่องภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังดูดสต็อกจากที่อื่น นักวิเคราะห์จาก BNY และ ING ระบุว่าสิ่งนี้ทำให้ปริมาณที่มีอยู่นอกสหรัฐฯ ตึงตัวขึ้น โดยส่วนต่างราคาระหว่างเงินสดกับสามเดือนพุ่งเกิน $150 ต่อตัน ซึ่งเป็นสัญญาณของอุปทานตึงตัวรุนแรงในระยะสั้นที่ดันราคาสูงขึ้น

    อธิบายกลไกสำคัญเบื้องหลังการพุ่งขึ้นครั้งประวัติศาสตร์: โลหะที่ไหลไปสหรัฐฯ กำลังทำให้อุปทานส่วนที่เหลือของโลกตึงตัว

  • เฟดคงอัตราดอกเบี้ย ขณะความต้องการโครงข่ายไฟฟ้าและศูนย์ข้อมูลจีนยังแข็งแกร่ง เฟดคงอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยไม่ให้ดอลลาร์แข็งค่า ขณะเดียวกันการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าของจีนเพิ่มขึ้น 13% ในครึ่งปีแรก และมีแผนอัปเกรดราว $574 พันล้าน ขณะที่ศูนย์ข้อมูล AI ยังขับเคลื่อนความต้องการทองแดง แรงเหล่านี้เป็นพื้นฐานหนุนราคาทองแดงให้สูงขึ้น

    แสดงฉากหลังด้านนโยบายการเงินและอุปสงค์ที่หนุนการพุ่งขึ้นของทองแดง นอกเหนือจากอุปทานตึงตัวเพียงอย่างเดียว

กรกฎาคม 2026
▲3

ราคาทองแดงถูกบีบให้สูงขึ้นจากภาษีนำเข้า การลดกำลังผลิตเหมือง และความต้องการจาก AI

  • ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ สร้างส่วนต่างราคา ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 50% สำหรับทองแดง และอาจมีเพิ่มอีก 15% สำหรับทองแดงกลั่นในปี 2027 กำลังดันราคาในสหรัฐฯ ให้สูงขึ้น และฉุดราคาฟิวเจอร์สทองแดงทั่วโลกให้ปรับขึ้นตาม

    ภาษีเป็นแรงกดดันเชิงนโยบายใหม่ในงวดนี้ที่ดันราคาทองแดงขึ้นโดยตรง

  • การลดกำลังผลิตครั้งใหญ่ของเหมืองสำคัญ ความล่าช้าของเหมือง Grasberg ของ Freeport, ผลผลิตของ Codelco ที่แตะระดับต่ำสุดในรอบ 28 ปี และ BHP ที่ปรับลดคาดการณ์ปี 2027 ลง 15.5% กำลังลดปริมาณทองแดงที่คาดว่าจะผลิตได้อย่างรุนแรง

    การลดกำลังผลิตเฉพาะเจาะจงเหล่านี้เป็นเรื่องใหม่และทำให้ตลาดตึงตัวขึ้น สนับสนุนราคาที่สูงขึ้น

  • ความต้องการที่พุ่งจาก AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล AI เพียงอย่างเดียวอาจใช้ทองแดงถึง 475,000 ตันในปี 2026 เพิ่มจาก 110,000 ตันในปี 2025 ขณะที่การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและ AI เร่งตัวขึ้น

    ตัวเลขนี้ชี้วัดการพุ่งขึ้นของความต้องการซึ่งเป็นปัจจัยหนุนใหม่สำคัญในงวดนี้

  • ปัจจัยถ่วงดุล: อุปทานในอนาคตและแรงต้านจากความต้องการ การขยายเหมืองในอนาคต (Red Chris, Escondida) อาจช่วยคลายความตึงตัว ขณะที่จีนต้านทานราคาสูง และความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนอาจทำให้ดอลลาร์แข็งค่าและกดดันทองแดง

    นี่เป็นปัจจัยถ่วงดุลที่ยุติธรรมต่อปัจจัยหนุน โดยแสดงความเสี่ยงที่อาจจำกัดการปรับขึ้น

▲3▼1

ทองแดงตึงตัว: เหมืองลดผลิต อุปสงค์ AI และจีนต้านราคา

  • BHP ลดคาดการณ์ผลผลิตทองแดง ทำให้อุปทานตึงตัว BHP รายงานผลผลิตทองแดงรายไตรมาสลดลง และปรับลดคาดการณ์การผลิตปี 2027 ลงมากถึง 15.5% เนื่องจากเกรดแร่ที่เหมือง Escondida ในชิลีลดลง ทองแดงจากผู้ผลิตรายใหญ่ที่น้อยลงหมายถึงอุปทานโลกตึงตัวขึ้น ซึ่งดันราคาสูงขึ้น

    เป็นการลดอุปทานครั้งใหม่และเป็นรูปธรรมจากผู้ผลิตรายใหญ่ที่ทำให้ตลาดตึงตัวขึ้นโดยตรง

  • นักเก็งกำไรกลับมาซื้อทองแดง ขณะสต็อกลดลง หลังจากลดเดิมพันมา 5 สัปดาห์ นักเก็งกำไรกลับมาซื้อทองแดงอีกครั้ง เป็นผลจากปริมาณโลหะที่เข้ามาน้อย สต็อกในคลังสินค้าที่ตลาดลอนดอนและเซี่ยงไฮ้ลดลง และพรีเมียมในจีนที่แข็งแกร่ง เมื่อสต็อกต่ำและผู้ซื้อเต็มใจจ่ายแพงขึ้น ราคาก็ปรับขึ้น

    แสดงการเปลี่ยนแปลงใหม่ในการถือสถานะของนักลงทุนและความตึงตัวของปริมาณจริงที่หนุนราคาสูงขึ้น

  • ศูนย์ข้อมูล AI ดันอุปสงค์ทองแดงพุ่งเป็นประวัติการณ์ Zacks ชี้ให้เห็นผู้ผลิตทองแดงที่ได้ประโยชน์จากบูมศูนย์ข้อมูล AI โดยบริษัทไฮเปอร์สเกลเลอร์เพิ่มงบใช้จ่ายด้าน AI ปี 2026 เป็น 750 พันล้านดอลลาร์ ศูนย์ข้อมูล AI ใช้ทองแดงมากกว่าศูนย์ข้อมูลทั่วไปถึงสิบเท่า ดังนั้นการก่อสร้างที่พุ่งขึ้นนี้จึงต้องใช้ทองแดงมากขึ้นมาก หนุนราคาสูงขึ้น

    เป็นการวัดปริมาณแหล่งอุปสงค์ใหม่สำคัญที่กำลังเปลี่ยนภาพระยะยาวของทองแดง

  • จีนชะลอการซื้อ เพราะราคาสูงกดอุปสงค์ จีน ผู้บริโภคทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลก ชะลอการซื้อเพราะราคาอยู่ในระดับสูง และนักวิเคราะห์กล่าวว่าจะซื้อเฉพาะเมื่อราคาย่อตัวลง สิ่งนี้ลดอุปสงค์ในระดับราคาปัจจุบัน ซึ่งอาจฉุดราคาลงได้ นักลงทุนยังจับตาธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ซึ่งอาจทำให้ดอลลาร์แข็งค่าและกดดันทองแดง

    เป็นแรงถ่วงที่แท้จริงแสดงการต้านทานอุปสงค์และความเสี่ยงนโยบายการเงินที่อาจจำกัดการขึ้นของราคา

▲3

ทองแดงตึงตัว: การลดกำลังผลิตและภาษีศุลกากรทำให้ตลาดตึงตัว ขณะที่อุปสงค์พุ่งสูง

  • ภาษีนำเข้าทองแดงของสหรัฐฯ ดันราคาในประเทศสูงขึ้น ภาษีนำเข้าทองแดงของสหรัฐฯ 50% มีผลบังคับใช้แล้ว และอาจมีภาษีอีก 15% สำหรับทองแดงบริสุทธิ์ในปี 2027 ภาษีศุลกากรทำให้ราคาทองแดงในสหรัฐฯ สูงขึ้นและเกิดส่วนต่างราคา (premium) ซึ่งช่วยหนุนราคาทองแดงทั่วโลก นี่คือปัจจัยด้านกฎระเบียบใหม่

    ภาษีศุลกากรส่งผลโดยตรงต่อราคาทองแดงและความตึงตัวของตลาด

  • การลดกำลังผลิตในเหมืองขนาดใหญ่ทำให้ตลาดตึงตัว Freeport ปรับลดคาดการณ์ผลผลิตปี 2026 เนื่องจากความล่าช้าที่ Grasberg และผลผลิตของ Codelco ต่ำสุดในรอบ 28 ปี การสูญเสียอุปทานเหล่านี้ลดปริมาณทองแดงที่มีในตลาดโลก ผลักดันราคาสูงขึ้น นี่คือพัฒนาการใหม่ด้านอุปทาน

    การลดกำลังผลิตลดปริมาณทองแดงที่มีโดยตรง หนุนราคาสูงขึ้น

  • AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้าดันอุปสงค์ทองแดงทำสถิติ ความต้องการไฟฟ้าเติบโตเร็วกว่า GDP เป็นครั้งแรก โดยได้แรงหนุนจากศูนย์ข้อมูล AI และรถยนต์ไฟฟ้า อุปสงค์ทองแดงจากศูนย์ข้อมูลเพียงอย่างเดียวอาจสูงถึง 475,000 ตันในปี 2026 เพิ่มจาก 110,000 ตันในปี 2025 อุปสงค์ที่แข็งแกร่งนี้หนุนราคาสูงขึ้น

    การเติบโตของอุปสงค์เป็นปัจจัยระยะยาวที่สำคัญของราคาทองแดง

  • การขยายเหมืองใหม่เพิ่มอุปทานในอนาคต แคนาดาลงทุน 500 ล้านดอลลาร์ในโครงการ Red Chris block cave และ BHP ได้รับการอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการขยายเหมือง Escondida โครงการเหล่านี้จะเพิ่มอุปทานทองแดงในอนาคต อาจช่วยคลายความตึงตัวของตลาดในปัจจุบันและกดดันราคาในภายหลัง

    อุปทานที่เพิ่มขึ้นในอนาคตเป็นปัจจัยถ่วงดุลกับภาวะตลาดตึงตัวที่หนุนราคาอยู่ในขณะนี้

Q2 2026
▲3▼1

ความต้องการ AI และอุปสรรคด้านอุปทานบีบตลาดทองแดง แต่การขยายเหมืองในอนาคตกำลังจะมาถึง

  • ความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ศูนย์ข้อมูล AI กำลังขับเคลื่อนความต้องการทองแดง โดยแต่ละแห่งต้องใช้ทองแดงมากถึง 50,000 ตัน และแผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่า $765 billion จะช่วยหนุนการใช้ทองแดง

    นี่คือปัจจัยใหม่สำคัญที่ขับเคลื่อนความต้องการทองแดง

  • อุปทานตึงตัวในระยะสั้น การปิดกั้นการส่งออกของมองโกเลีย การฟื้นตัวล่าช้าของ Grasberg ไปถึงปี 2028 และสต็อกในลอนดอน/เซี่ยงไฮ้ที่ลดลง กำลังทำให้อุปทานทองแดงระยะสั้นตึงตัว

    ข้อจำกัดด้านอุปทานเหล่านี้กำลังดันราคาทองแดงให้สูงขึ้น

  • การย้ายฐานการผลิตกลับและการก่อสร้างในเศรษฐกิจจริง เงินทุนกำลังเคลื่อนย้ายไปสู่การย้ายฐานการผลิตกลับและการก่อสร้างในเศรษฐกิจจริง ซึ่งเพิ่มการใช้ทองแดงและหนุนราคา

    การเคลื่อนย้ายเงินทุนนี้เพิ่มความต้องการทองแดง

  • การขยายเหมืองในอนาคต การขยายเหมืองใหม่จาก Hudbay, Red Chris, Southern Copper และ Freeport-McMoRan อาจเพิ่มอุปทานในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจทำให้ตลาดที่ตึงตัวในปัจจุบันผ่อนคลายลงและกดราคาให้ลดลง

    นี่คือปัจจัยถ่วงดุลที่อาจจำกัดการปรับขึ้นของราคา

มิถุนายน 2026
▲3▼1

ความต้องการ AI และอุปสรรคด้านอุปทานบีบตลาดทองแดง แต่การขยายเหมืองในอนาคตกำลังจะมาถึง

  • ความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ศูนย์ข้อมูล AI กำลังขับเคลื่อนความต้องการทองแดง โดยแต่ละแห่งต้องใช้ทองแดงมากถึง 50,000 ตัน และแผนการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่า $765 billion จะช่วยหนุนการใช้ทองแดง

    นี่คือปัจจัยใหม่สำคัญที่ขับเคลื่อนความต้องการทองแดง

  • อุปทานตึงตัวในระยะสั้น การปิดกั้นการส่งออกของมองโกเลีย การฟื้นตัวล่าช้าของ Grasberg ไปถึงปี 2028 และสต็อกในลอนดอน/เซี่ยงไฮ้ที่ลดลง กำลังทำให้อุปทานทองแดงระยะสั้นตึงตัว

    ข้อจำกัดด้านอุปทานเหล่านี้กำลังดันราคาทองแดงให้สูงขึ้น

  • การย้ายฐานการผลิตกลับและการก่อสร้างในเศรษฐกิจจริง เงินทุนกำลังเคลื่อนย้ายไปสู่การย้ายฐานการผลิตกลับและการก่อสร้างในเศรษฐกิจจริง ซึ่งเพิ่มการใช้ทองแดงและหนุนราคา

    การเคลื่อนย้ายเงินทุนนี้เพิ่มความต้องการทองแดง

  • การขยายเหมืองในอนาคต การขยายเหมืองใหม่จาก Hudbay, Red Chris, Southern Copper และ Freeport-McMoRan อาจเพิ่มอุปทานในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจทำให้ตลาดที่ตึงตัวในปัจจุบันผ่อนคลายลงและกดราคาให้ลดลง

    นี่คือปัจจัยถ่วงดุลที่อาจจำกัดการปรับขึ้นของราคา

▲2▼2

ทองแดงตึงตัว: สต็อกแน่นและอุปสงค์เศรษฐกิจจริงชดเชยแผนเพิ่มอุปทานใหม่

  • สต็อกลดลง ทำให้อุปทานระยะสั้นตึงตัว สต็อกทองแดงที่ติดตามโดยตลาดแลกเปลี่ยนลอนดอนและเซี่ยงไฮ้กำลังหดตัวลง หมายความว่ามีโลหะพร้อมใช้ลดลง เมื่อคลังสินค้าต่ำ ผู้ซื้อต้องจ่ายมากขึ้นเพื่อให้ได้อุปทาน ซึ่งดันราคาทองแดงขึ้น นี่คือภาวะอุปทานตึงตัวที่เกิดขึ้นจริงและกำลังหนุนราคาอยู่

    อธิบายโดยตรงถึงความตึงตัวของอุปทานจริงที่ดันราคาทองแดงขึ้นในขณะนี้

  • เงินทุนเคลื่อนจากซื้อหุ้นคืนสู่การสร้างเศรษฐกิจจริง นักกลยุทธ์กล่าวว่าทุนนิยมสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนจากวิศวกรรมทางการเงินไปสู่การย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ ความมั่นคงด้านพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน AI นั่นหมายถึงเงินที่ไหลเข้าสู่คอนกรีต เหล็ก ทองแดง พลังงาน และเครื่องจักรมากขึ้น การก่อสร้างที่มากขึ้นหมายถึงอุปสงค์ทองแดงที่มากขึ้น ซึ่งหนุนราคาให้สูงขึ้น

    แสดงแรงขับเคลื่อนอุปสงค์ทองแดงในวงกว้างและยั่งยืนที่นักลงทุนอาจยังไม่ได้สะท้อนในราคา

  • Freeport วางแผนเพิ่มผลผลิตทองแดงครั้งใหญ่ Freeport-McMoRan กำลังเดินหน้าโครงการในชิลี แอริโซนา และอินโดนีเซีย ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณทองแดงจำนวนมากในระยะยาว อุปทานในอนาคตที่มากขึ้นจะคลายความตึงตัวของตลาดวันนี้และอาจกดดันราคา นี่คือตัวถ่วงที่แท้จริงต่อเรื่องราวการบีบตัวขาขึ้น

    เป็นตัวถ่วงฝั่งอุปทานขาลงหลักต่อความตึงตัวที่หนุนราคาอยู่ในปัจจุบัน

  • Hudbay ปิดดีล Arizona Sonoran เพิ่มผลผลิตในอนาคต Hudbay ซื้อ Arizona Sonoran เสร็จสิ้น สร้างเขตทองแดงแห่งใหม่ขนาดใหญ่ในอเมริกาเหนือ บริษัทวางแผนเพิ่มผลผลิตต่อปีมากกว่าสองเท่าภายในปี 2030 และเพิ่มเป็นสามเท่าในที่สุด อุปทานในอนาคตที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันราคาทองแดงให้ลดลง แม้ผลกระทบจะอีกหลายปีข้างหน้า

    เป็นการขยายอุปทานที่ชัดเจนอีกกรณีซึ่งอาจผ่อนคลายตลาดและจำกัดราคาในที่สุด

▲3

ทองแดงตึงตัว: ความต้องการจาก AI พุ่งสูง ขณะที่เหมืองหยุดชะงักและล่าช้าทำให้อุปทานลดลง

  • ศูนย์ข้อมูล AI ดันความต้องการทองแดงพุ่ง ศูนย์ข้อมูล AI ต้องใช้ทองแดงมากถึง 50,000 ตันต่อแห่ง มากกว่าศูนย์ข้อมูลแบบเก่ามาก ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีวางแผนใช้จ่าย $765 billion ในปีนี้กับโครงสร้างพื้นฐาน AI S&P Global คาดการณ์ว่าอุปทานจะขาดแคลน 24% ภายในปี 2040 ความต้องการที่แข็งแกร่งและยั่งยืนนี้ดันราคาทองแดงขึ้น

    นี่คือปัจจัยความต้องการใหม่ที่ใหญ่ที่สุด และอธิบายโดยตรงว่าทำไมราคาทองแดงจึงปรับขึ้น

  • การปิดกั้นการส่งออกจากมองโกเลียคุกคามอุปทาน ผู้ประท้วงปิดกั้นการส่งออกทองแดงจากเหมือง Oyu Tolgoi ของ Rio Tinto ในมองโกเลีย ซึ่งเป็นโครงการทองแดงชั้นนำของโลก การปิดถนนทำให้รถบรรทุกไม่สามารถขนส่งหัวแร่ไปยังจีนได้ สิ่งนี้ลดอุปทานในระยะสั้นและหนุนราคาทองแดงให้สูงขึ้น

    อุปทานหยุดชะงักกะทันหัน ทำให้ตลาดตึงตัวและดันราคาสูงขึ้น

  • การฟื้นตัวของ Grasberg ล่าช้าไปถึงปี 2028 Freeport Indonesia เลื่อนการฟื้นตัวเต็มรูปแบบที่เหมือง Grasberg ออกไปเป็นต้นปี 2028 หลังเกิดโคลนถล่ม กำลังการผลิตอยู่ที่เพียง 40-50% ของกำลังการผลิตเต็ม สิ่งนี้ทำให้แหล่งทองแดงสำคัญหยุดชะงักนานขึ้น ทำให้อุปทานโลกตึงตัวและหนุนราคา

    การสูญเสียอุปทานครั้งใหญ่ที่ยืดเยื้อออกไปในอนาคต ทำให้แรงกดดันต่อราคายังคงมีอยู่

  • การขยายเหมืองใหม่เพิ่มอุปทานในอนาคต Hudbay เริ่มก่อสร้างการขยายที่เพิ่มทองแดง 750,000 ตันเมื่อเวลาผ่านไป เหมือง Red Chris ได้รับอนุมัติให้ขยายอายุการใช้งานถึงทศวรรษ 2040 เพิ่มผลผลิตของแคนาดา 15% Southern Copper ปรับเพิ่มเป้าหมายปี 2026 อุปทานในอนาคตเหล่านี้อาจกดดันราคาในที่สุด

    นี่คือปัจจัยถ่วงดุลหลัก: อุปทานใหม่ที่อาจบรรเทาการขาดแคลนและจำกัดการเพิ่มขึ้นของราคา